ยินดีต้อนรับท่านผู้มาเยือน www.peoplecine.com ท่านยังไม่ได้ log in นะครับ เข้าใช้งานระบบ / สมัครสมาชิก/ ลืมรหัสผ่าน

ร่วมทดสอบ Peoplecine mobile Beta0.1


รูป
หนังจีนในอดีต ทุกยุค ทุกสมัยเจ้าของ ผู้ตอบหลังสุด
-หนังจอมใจจักรพรรดิ์ 《江山美人》.. 25/2/2556 9:21
-โครงการตามหาเสียงโรง ครั้งที่ 6.. 24/2/2556 23:34
-ปกสยามริจิน่า..สวยๆ.. 24/2/2556 22:58
-ฤทธิ์จักรพญายม ภาค 1-2 .. 23/2/2556 10:24
-สอบถามหนัง เกิดมาใหญ่ ก็ต้องใหญ่ หรือ สั่งใหญ่ถล่มใหญ่ ครับ.. 20/2/2556 10:16
----+++ PIF 5 เรื่องควบ อโหสิกิ๋วก๋ากิ้วกระตุกเส้นมอร์เตอร์ไซค์หม่าจง +++.. 19/2/2556 10:40
-DVD หนังเก่าน่าเก็บจาก DNA โลตัสมุกดาหาร.. 18/2/2556 10:25
-หนังเสียงโรงเท่าที่มีครับ.. 17/2/2556 21:26
-อยากทราบข้อมูลเจ้าหนูคนนี้ครับ.. 13/2/2556 12:44
-“จา พนม” จะพบ “หงจินเป่า” ในภาคต่อหนังแอ็คชั่น “ทีมล่าเฉียดนรก Sha Po Lang 2″.. 13/2/2556 2:21
-โครงการตามหาเสียงโรง ครั้งที่ 5 .. 12/2/2556 22:34
-หนังเก่าน่าสะสมจากบิ๊กซี 3 เรื่องร้อยครับ.. 6/2/2556 18:24
-Iceman Cometh - บ้าทะลุศตวรรษ ( 1989 ) อีกเรื่องที่น่าสะสม!.. 5/2/2556 9:22
-เหวี่ยงใหญ่ให้ติดดิน.. 5/2/2556 8:36
-เจ้าพ่อเซี่ยงไฮ้...คนสุดท้าย.. 4/2/2556 13:26
-โครงการ ตามหาเสียงโรง 4 มาอีกกกกกก...... 2/2/2556 0:13
เลือกหน้า [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50] [51] [52] [53] [54] [55] [56] [57] [58] [59]
จำนวนหัวข้อทั้งหมด 931

มังกรหยก ฉบับ ชอร์บาเดอร์


ความทะเยอทยานครั้งหนึ่งของ "ชอว์ บราเดอร์" และผู้กำกับ "จางเชอะ" ก็คือการนำสุดยอดนิยายกำลังภายใน "มังกรหยก" มาขึ้นจอใหญ่ แต่สุดท้ายต้องกลายเป็นตำนานที่สร้างไม่เสร็จ หลังการจากไปอย่างน่าเศร้าของ "ฟู่เซิง" พระเอกของเรื่อง หลังจากหนังสร้างไปได้เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
       
       เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม ปี 1983 กลายเป็นข่าวดังในวงการบันเทิงฮ่องกง เมื่อพระเอกดัง ฟู่เซิง เสียชีวิตอย่างกะทันหัน จากอุบัติเหตุทางรถยนต์ นอกจากจะสร้างความเสียใจให้กับแฟน ๆ เป็นจำนวนมากแล้ว ยังทำให้หนัง "มังกรหยก" โครงการยักษ์ของ ชอว์ บราเดอร์ ในขณะนั้น ที่มีแผนการสร้างตอนต่อหลายภาค ต้องสะดุดไปด้วย

       
       มังกรหยกฉบับชอว์ฯ ที่มีชื่อภาษาอังกฤษว่า The Brave Archer นั้นเข็นกันออกมาตั้งแต่ปี 1978 จนถึง 1982 รวม 4 ภาค เล่าเรื่องจากนิยายภาคแรก กับการผจญภัยของ ก๊วยเจ๋ง จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ใน 3 ภาคแรก แต่เมื่อหลังเปิดตัว เอี้ยก้วย ในภาคที่ 4 กลับกลายเป็นจุดสิ้นสุดลงของโครงการมังกรหยกของจางเชอะ หลังการเสียชีวิตของฟู่เซิง
       
       ถือเป็นเรื่องฮือฮาอยู่ไม่น้อยในขณะนั้นเมื่อ ชอว์บราเดอร์ ได้ตัดสินใจหยิบวรรณกรรมกำลังภายในสุดดังเรื่องนี้มาสร้างเป็นหนัง โดยมี "จางเชอะ" คนทำหนังที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งแห่งวงการหนังในเกาะเล็ก ๆ แห่งนี้รับหน้าที่ผู้กำกับ
       
       แม้ที่สุดแล้ว มังกรหยก อาจจะเป็นงานของ จางเชอะ ที่หลาย ๆ คนยังคงจดจำได้มาถึงทุกวันนี้ แต่ก็ต้องบอกว่านี่ไม่ใช่ผลงานที่อยู่ในกลุ่มหัวแถวของเขาอย่างแน่นอน
       
       ก็ต้องยอมรับกันตรง ๆ นะครับว่า มังกรหยก ฉบับนี้ไม่สามารถถ่ายทอดความความยอดเยี่ยมของนิยายต้นฉบับ มาสู่ความเป็นภาพยนตร์ได้อย่างที่ควรจะเป็น ปัญหาก็คงอยู่ในข้อจำกัดเรื่องเวลา ที่แม้จะประกอบไปด้วยหนังถึง 4 ภาคแต่ก็ดูเหมือนจะไม่เพียงพอต่อเรื่องราวและตัวละครอันมากมายของมังกรหยก นอกไปจากนั้นคุณภาพของงานสร้างก็เป็นแบบหนังเก่า ๆ ที่ระดับความสมจริงสมจัง และยิ่งใหญ่ตระการตาคงจะไม่สามารถเทียบกับหนังในยุคหลัง ๆ ได้อย่างแน่นอน
       
       แม้จะไม่ได้สมบูรณ์แบบนักอย่างน้อย มังกรหยกของจางเชอะ ก็ดูสนุกในแบบหนังชอว์บราเดอร์ การถ่ายทำในโรงถ่ายชนิดเกือบ 100% ตลอดเรื่องก็ช่วยให้หนังมีบรรยากาศไม่เหมือนใคร ขณะที่เสน่ห์ของนักแสดงก็เป็นหนึ่งในจุดเด่นในหนังของบริษัทยักษ์ใหญ่แห่งนี้มาเสมอ และคิวบู๊ก็ดูสนุกเช่นเคย
       
       ฟู่เซิง พระเอกอันดับ 1 ของชอว์ในขณะนั้นสวมบทบาทเป็น ก๊วยเจ๋ง ในหนัง 3 ภาคแรก บางคนบอกว่าเขาเหมาะกับบทกับบทแล้ว ขณะที่บางคนคิดว่า ฟู่เซิง ดูหน้าตา "ฉลาด" เกินกว่าจะเป็นก๊วยเจ๋ง ส่วนการรับบทเป็นเอี้ยก้วยในหนังเพียงครึ่งเรื่องของภาคที่ 4 นั้น ถือว่าน้อยเกินกว่าที่จะพูดอะไรได้มาก
       
       ขณะที่บทพระเอกนั้นมี ฟู่เซิง รับสัมปทานไปแต่เพียงผู้เดียว นางเอกของเรื่องอย่างบท อึ้งย้ง นั้นเรียกว่ามีการเปลี่ยนตัวแสดงกันแทบจะทุกภาค หนัง 4 ภาค นับสามารถนับอึ้งย้งได้ถึง 3 คน โดยภาคแรกเป็นหน้าที่ของ เถียนหนิว ก่อนที่ หนิวหนิว จะมารับช่วงต่อในหนังภาค 2 และ 3 ส่วนภาค 4 ที่ใช้ชื่อว่า The Brave Archer and His Mate นั้น หวังเสี่ยวอี้ รับหน้าที่ไป
       
       มังกรหยก ทั้ง 4 ภาค อาจจะไม่ใช่งานระดับสุดยอด โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับฉบับหนังชุดหลาย ๆ เวอร์ชั่น ที่เรียกว่ายิ่งสร้าง รายละเอียดต่าง ๆ ก็สมบูรณ์ขึ้นเรื่อย ๆ แต่ก็เป็นตำนานหน้าหนึ่งแห่งหนังฮ่องกง กับความทะเยอทะยานของ จางเชอะ ผู้กำกับคนสุดท้ายที่ "กล้าบ้าบิ่น" ระดับหยิบนิยายระดับตำนานเรื่องนี้มาขึ้นจอใหญ่
       
       ตามรอยหนังชุด "มังกรหยก" ฉบับ "ชอว์ฯ"
       
       ในยุครุ่งเรือง บริษัท ชอว์ บราเดอร์ สร้างหนังที่ดัดแปลงมาจากนิยายชุดมังกรหยกทุกเรื่อง (ขอนับรวมทั้งหมดตั้งแต่ยุคของ แปดเทพอสูรมังกรฟ้า, มังกรหยก, ลูกมังกรหยก และดาบมังกรหยก ไว้ด้วย) จากทีมงานผู้สร้าง และนักแสดงหลายชุด ที่สร้างให้ตัวละครอย่าง เตียบ่อกี้, เอี้ยก้วย, ต้วนอวี้ ฯลฯ ให้มีชีวิตขึ้นมาเป็นจอภาพยนตร์ใหญ่ ๆ ในยุคนั้น
       
       หนังเหล่านี้อาจจะไม่ได้มีความครบถ้วนสมบูรณ์แบบ ตามต้นฉบับนิยายเสียทั้งหมด แต่ก็เรียกว่าสร้างความบันเทิงให้กับแฟนมังกรหยกได้ไม่น้อย        
      
       
       หลังจาก ฟูเซิง เสียชีวิต สุดท้ายเรื่องราวของ เอี้ยก้วย ฉบับ ชอว์ บราเดอร์ ก็มาจบลงในหนังเรื่อง "มังกรหยก ตอน เอี้ยก้วยกับเซียวเหล่งนึ่ง" (Little Dragon Maiden) หนังปี 1983 เรื่องนี้ เล่าเรื่องที่แทบจะต่อเนื่องจาก Brave Archer and His Mate หรือ มังกรหยก ภาค 3 ของ จางเชอะ แต่เป็นผลงานของผู้กำกับ, ทีมงาน และนักแสดงชุดใหม่ ที่ทำให้หนังดูเหมือนไม่ได้อยู่ในชุดของ Brave Archer เสียทีเดียว โดยพระเอกหนุ่มดาวรุ่งอย่าง เลสลี่ จาง มาสวมบทบาทเป็น เอี้ยก้วย ส่วนนางเอกสาวหน้าใส ซ่งจิ้งจิง เป็น เซียวเหล่งนึ่ง และได้ดารากังฟูเกรดเอ เฉินกวนไท้ มารับบทเป็น ก๊วยเจ๋ง แต่เนื่องด้วยหนังสร้างแบบภาคเดียวจบ จึงต้องตัดเนื้อหาออกไปมาก ดาราบางคนก็บุคลิกไม่ตรงตามบทประพันธ์เท่าไหร่นัก
       
              
       หลังความสำเร็จของ "มังกรหยก" ชอว์บราเดอร์ จึงตัดสินใจสร้าง "ดาบมังกรหยก" ออกมาเป็นหนังไตรภาคใช้ชื่อไทยว่า "ลูกมังกรหยก" (Heaven Sword And Dragon Sabre) มี เอ๋อตงเซิง เป็นเตียบ่อกี้, จิงลี่ เป็น เตี่ยเมี่ยง และหวีอันอัน เป็นจิวจี่เยียก หนังสองภาคแรกไม่มีอะไรให้พูดถึงนัก นอกจากตอนจบที่แตกต่างจากนิยายต้นฉบับเล็กน้อย
       
       แต่ทีเด็ดจริง ๆ อยู่ที่หนังภาคสาม (The Hidden Power Of Dragon Sabre) ที่ทางชอว์บราเดอร์แต่งเรื่องใหม่ เป็นเหตุการณ์หลังจากตอนจบของหนังสือ เมื่อเตียบ่อกี้ ต้องมาปะทะกับอดีตคู่แค้นอย่าง ซ่งแชจือ (ว่านจือเหลียง) หนังภาคนี้เต็มไปด้วยเทคนิคพิเศษยิงแสงกันกระจาย และหลุดโลกถึงขั้นมีสิ่งที่คล้าย ๆ ว่าจะเป็น "จานบินของมนุษย์ต่างดาว" อยู่ในตอนหนึ่งของเรื่อง วิทยายุทธ "ครึ่งชายครึ่งหญิง" ของตัวร้ายก็ดูบ้าบอ เป็นหลาย ๆ องค์ประกอบ ที่ทำให้หนังเรื่องนี้เป็นมังกรหยกที่เรียกว่าพิสดารที่สุด ที่เคยมีมาภาคหนึ่งกันเลยทีเดียว

+
+
+

ความเห็น

[1]









+




+
+


เลือกหน้า
[1]
จำนวนหัวข้อทั้งหมด 3

กลับขึ้นข้างบน / กลับหน้าแรก

ค้นกระดานข่าว:


ถูกเปิด: ถูกคลิ๊กแล้ว: 47806992 ตอนนี้มีผู้เข้าชม : 34 ล่าสุด :ไพ , benz , หลอม , แมน , บูลตัส , นายโจ้ , ต๊ะ , ตึ้ว , ไสว , pairojch ,