ยินดีต้อนรับท่านผู้มาเยือน www.peoplecine.com ท่านยังไม่ได้ log in นะครับ เข้าใช้งานระบบ / สมัครสมาชิก/ ลืมรหัสผ่าน

ประธานกรรมการ :ดร.ปวีณ เขื่อนแก้ว 089-7008638 หลัง 1 ทุ่ม
ทีปรึกษาด้านกฎหมาย: ทนายรุ่งโรจน์ ชินวานิชย์เจริญ
เวบมาสเตอร์:อนุกูล วิมูลศักดิ์ 084-819-7374


= ภายใน24ชั่วโมง , = ภายใน 3 วัน = ทั่วไป , = คลาส2 , = คลาส3 ,
รูป
ตามไปดูหนังกลางแปลงเจ้าของ อ่าน ตอบ ผู้ตอบหลังสุด
-มงคลทอง ภาพยนตร์ ฉายงานแก้บนตัวเองครับที่บ้านนาวัง 1385020.. 21/2/2555 12:54
-รวมภาพที่ไปฉายมาตั้งแต่30-31มค-1-9 กพ 55 ที่ผ่านมา775314.. 20/2/2555 22:40
-วัดแหลม ต.แหลมฟ้าผ่า อ. พระสมุทรเจดี จ. สมุทรปราการ1320722.. 19/2/2555 19:58
-งานเฉลิมฉลองสมโภชน์พระแม่อุมาเทวี บ.AIA ม.เมืองทองธานี 15 ม.ค. 55919619.. 17/2/2555 15:12
-ภาพงาน KAG FAIR 2012 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ วันนี้ครับ1301428.. 16/2/2555 19:40
-งานศพวัดมะกอก ตลิ่งชัน กทม.76295.. 16/2/2555 18:14
-งานประจำปีวัดบางค้อ บางคูเวียง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี74989.. 16/2/2555 18:04
-ล่าสุด หนังกลางแปลงในรายการชิงร้อยชิงล้านเมื่อวาน94608.. 16/2/2555 15:48
-หน่วยเสริม วัชรินทร์ ภาพยนตร์ โดยหน่วยกระป๋อง จากบางพลี สมุทรปราการครับ1429424.. 15/2/2555 9:14
-ภาพงานวัดกลาง ต.หัวไผ่ อ.เมือง จ.อ่างทอง 1377730.. 14/2/2555 19:51
-รูปมาแล้วครับ1439227.. 14/2/2555 17:30
-หนุ่มสยามฟิล์มขอนแก่น 10-11ก.พ.55ฉาย2อำเภอ84316.. 14/2/2555 11:18
-ทะวะระ ภาพยนตร์ ไปฉายที่ บ้านจระเข้หิน ต.หินโคน อ.จักราช จ.นครราชสีมา912216.. 13/2/2555 19:29
-นันทวัน งานฉลองพระประธาน บ้านจีเนียว ต.สะพุง อ.ศรีรัตนะ จ.ศรีสะเกษ 7 กุมภาพันธ์ 25551823520.. 13/2/2555 11:07
-ยังไม่ได้ตั้งชื่อ68891.. 13/2/2555 8:47
-แจ้งเกิดอีกหน่วยแล้วครับท่าน โกมินท์ ภาพยนตร์อ.กาบเชิง สุดเขตแดน1597522.. 13/2/2555 8:46
เลือกหน้า [1] [2] [3] [4] [5] [6] [7] [8] [9] [10] [11] [12] [13] [14] [15] [16] [17] [18] [19] [20] [21] [22] [23] [24] [25] [26] [27] [28] [29] [30] [31] [32] [33] [34] [35] [36] [37] [38] [39] [40] [41] [42] [43] [44] [45] [46] [47] [48] [49] [50] [51] [52] [53] [54] [55] [56] [57] [58] [59] [60] [61] [62] [63] [64] [65] [66] [67] [68] [69] [70] [71] [72] [73] [74] [75] [76] [77] [78] [79] [80] [81] [82] [83] [84] [85] [86] [87] [88] [89] [90] [91] [92] [93] [94] [95] [96] [97] [98] [99] [100] [101] [102] [103] [104] [105] [106] [107] [108] [109] [110] [111] [112] [113] [114] [115] [116] [117] [118] [119] [120] [121] [122] [123] [124] [125] [126] [127] [128] [129] [130] [131] [132] [133] [134] [135] [136] [137] [138] [139] [140] [141] [142] [143] [144] [145] [146] [147] [148] [149] [150] [151] [152] [153] [154] [155] [156] [157] [158] [159] [160] [161] [162] [163] [164] [165] [166] [167] [168] [169] [170] [171] [172] [173] [174] [175] [176] [177]
จำนวนหัวข้อทั้งหมด 2817

(ID:1844) สัมภาษณ์พิเศษ "พันนา ฤทธิไกร" แล้วคุณจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ ไม่ธรรมดา


สัมภาษณ์พิเศษ "พันนา ฤทธิไกร" แล้วคุณจะรู้ว่าผู้ชายคนนี้ ไม่ธรรมดา
"ทำฉากเสี่ยงอันตราย
เป็นฉากปลอดภัยที่สุด"
พันนา ฤทธิไกร


คุณเคยอยากเป็น 'ฮีโร่' ในหนังสักเรื่องที่คุณเคยชมบ้างไหม เขาคนนี้ พันนา ฤทธิ
ไกร เดินตามฝันยาวนานร่วม 30 ปี กว่าจะได้เป็นฮีโร่ในดวงใจของ 'ฮีโร่' คนใหม่ของ
โลกบันเทิงอย่าง 'จา' พนม ยีรัมย์ ตามครรลองสุภาษิตคุ้นหูที่ว่า 'ความพยายามอยู่ที่
ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น'

'พันนา' หรือ กฤติยา ลาดพันนา วัย 40 ปลายๆ คนนี้ พยายามบอกเล่าชีวิตบนร่อง
หนามเตยผ่าน 'เนชั่นสุดสัปดาห์' ถึงความมุ่งมั่นต่อความฝัน อย่างอิ่มอกอิ่มใจ ราวกับ
ว่าสิ่งที่เขาทำมาตลอดทั้งชีวิต ได้ผลิดอกออกผลให้คนทั้งประเทศและทั้งโลกได้ชม
แล้ว แม้จะแลกมากับการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย บนถนนแห่งชะตากรรมอยู่เรื่อยมา
จาก 'บักหำน้อย' เมืองขอนแก่น ขี่คอพ่อจูงมือแม่ไปดูหนังกลางแปลงรถขายยา
ครั้นโตขึ้นหน่อย พอถีบรถจักรยานขนาดสมวัยเด็กโตได้ ค่ำคืนไหนเวลามีงานบุญหมู่
บ้านละแวกใกล้เคียงที่ว่าจ้างภาพยนตร์มาสมโภช เขาไปทุกงาน เพราะนั่นเป็นการนัด
พบระหว่าง 'เขา' กับ 'บรู๊ซ ลี' และต่อมาก็เป็น 'เฉินหลง'
ด้วยแรงยุจากเพื่อน เชิงว่า 'ทำดีได้ จะได้ดี' ผลักดันให้เขาท่องไปบนถนนมายา
หลังร่ำเรียนจบวิทยาลัยพลศึกษามหาสารคาม โดยมุ่งไปหา 'คมน์ อรรฆเดช' เจ้าสำนัก
หนังบู๊ในยุคนั้นโดยทันที และก็เป็นไปตามคาด 'คมน์' รับเขาร่วมสำนัก เรียนรู้ฝึกเป็น
'คนรับตีน' หรือสตั๊นแมนให้กับนักแสดง อาทิ สรพงษ์ ชาตรี, บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์, ลิขิต
เอกมงคล และ ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง เป็นต้น
เมื่อได้วิชาความรู้พอถูๆ ไถๆ 'พันนา' หอบความฝันมาปั้นที่บ้านเกิด ใช้ทุนรอนที่
เก็บหอมรอมริบ สร้าง 'เกิดมาลุย' เป็นหนังเรื่องแรก ต่อด้วย 'ซิ่งวิ่งลุย', 'ปลุกมันขึ้นมา
ฆ่า', 'กองทัพเถื่อน ภาค 1-3' และ 'ปีนเกลียว ภาค 1-3' เป็นต้น
หากใครถามลูกอีสานวัยทำงานรุ่นนี้ จะรู้จักหนังยี่ห้อ 'พันนา' เป็นอย่างดี เพราะ
หนังบู๊พันธุ์ไทยของเขา จะมีฉายผสมโรงทุกวิกหนังล้อมผ้าหรือหนังขายยาประเภทยา
ดม ยาลมและยาถ่ายพยาธิ โดยมากหนังที่เขาสร้างจะถูกส่งไปตามสายหนัง มากกว่าที่
จะเข้าโรงภาพยนตร์ในเมืองใหญ่ แต่นั่นก็เป็นปรากฏการณ์ 'ป่าล้อมเมือง' จนในที่สุด
นายทุนใหญ่ในเมืองหลวงก็เรียกใช้บริการ
'พันนา' กลายเป็นผู้กำกับคิวบู๊หนังหลายเรื่ออง ไม่ว่าจะเป็น เด็กเสเพล, อั้งยี่,
อินทรีแดง, แก๊งกระแทกก๊วน เป็นต้น ซึ่งทุกครั้งเขาหอบหิวศิษย์รัก 'จา พนม' ไปทุก
งาน จนในที่สุดสวรรค์ก็เข้าข้างคนไต่ฝัน เมื่อฟ้าส่ง 'ปรัชญา ปิ่นแก้ว' มาชี้ทางสู่ความ
สำเร็จ
จากฝันที่ปลายขอบทุ่งกุลาร้องไห้ กลายเป็นหนัง 'องค์บาก' ที่พุ่งแรงราวบั้งไฟ
แสนทะลุเมฆ ชื่อเสียงของเด็กเลี้ยงช้าง 'จา พนม' โด่งดังไปทั่วโลกในฐานะซูเปอร์สตา
ร์นักบู๊ 'ไม่ใช้สลิง ไม่ใช้ตัวแทน'
และกว่าจะถึง 'ต้มยำกุ้ง' รสเด็ดชามใหญ่ราคาพันล้านที่ 'เสี่ยเจียง' ตั้งเป้าไว้ ผู้ที่
จะให้คำตอบสูตร 'ปั้นข้าวเหนียวติดตีน' ได้ดีที่สุด คือ 'พันนา'..เขารออยู่แล้ว!!

0 อยากให้ย้อนถึงจุดเริ่มต้นความสนใจเป็นนักแสดงคิวบู๊
ตั้งแต่เด็กๆ ดูหนังบู๊แล้วก็ชอบ และประทับใจตั้งแต่แรกๆ สมัยขี่คอพ่อไปดูหนัง
สมัยมิตร ชัย บัญชา ตอนนั้นมิตร ชัยบัญชา ดังมาก จะชอบตรงที่มันมีคำพูดสมัยเด็กๆ
ว่า 'มิตรมือหมัด สมบัติมือปืน' คือสมบัติ เมทะนี จะชอบยิงปืนแบบเท่ๆ แต่มิตร ชัย
บัญชา จะต่อยเก่ง ซึ่งผมชอบมิตรมากกว่า เขาต่อยเก่ง
ต่อมาเริ่มเป็นหนุ่ม เรียนหนังสือ ก็ดูหนังบรู๊ซ ลี อันนี้บ้าเลย บรู๊ซ ลี เก่งจริง เก่ง
มากกว่าที่เราเคยเห็น จะลอยเตะ ถีบ กระโดด จระเข้ฟาดหางแบบไม่เหมือนมนุษย์
เหนือมนุษย์คิดอย่างนั้น ก็เลยประทับใจ จึงเริ่มเล่นเริ่มฝึกกับเขา
พอหมดจากบรู๊ซ ลี ก็เป็นเฉินหลงอีก เราเลยฝึกตามเฉินหลง ไอ้หนุ่มหมัดเมา, ไอ้
หนุ่มพันมือ แบบว่าดูเป็นร้อยๆ รอบเลย ดูสมัยก่อนไม่มีวิดีโออย่างนี้นะ ต้องไปดูตาม
หนังกลางแปลง ต้องขี่จักรยานไปดูบ้าง ดูหนังล้อมผ้าบ้าง ก็เป็นอย่างนี้ ดูแล้วจำท่า ดู
รอบนี้จำท่านี้ ดูรอบนั้นจำท่านั้น แล้วเอามาซ้อมทีหลังบ้างอะไรอย่างนี้
0 ชอบแล้ว สนใจแล้วไปต่อเติมความฝันที่ไหน
ก็ฝึกๆ จนไปเรียนหนังสือ แล้วทำให้เพื่อนดู เพื่อนชอบ เขาบอกว่าเก่งมาก เขาบอก
มีสิทธิทำได้เหมือนเฉินหลงนะ อะไรอย่างนี้ ผมเลยยิ่งบ้าใหญ่เลย ยิ่งซ้อมๆ ตีลังกาท่า
เฉินหลง เฉินหลงท่าไหนเราทำตาม พอทำตามเขาบอกว่า เออ..ทำได้ แล้วที่นี้เริ่มมีพลัง
อีก เพื่อนบอกว่า เฮ้ย..ถ้านายทำได้ในประเทศไทยยังไม่มีใครทำได้นะ นายน่าจะเล่น
หนังได้ พูดแบบยอเราให้เข้าทาง (หัวเราะ) ที่นี้เลยฝึกหนังเลย ตอนเข้าวิทยาลัยพละ
(วพ.มหาสารคาม) ก็ยิ่งได้เบสิค เพราะวิทยาลัยพละมีพื้นฐานด้านศิลปะการต่อสู้เยอะ
กระบี่กระบอง ดาบ ยูโด มวยไทย เทควันโด เต็มไปหมด พอเราได้เบสิคจริง สิ่งที่เรา
ฝึกมามันก็แน่น เพราะก่อนหน้าที่จะมาเข้าวิทยาลัยพละ เราก็ฝึกมาก่อนแล้ว พอจบ
วิทยาลัยพละก็เลยเข้ากรุงเทพฯ
0 ใครเปิดโอกาสให้เป็นสตั๊นแมน หรือนักแสดงในช่วงเริ่มแรก
ตั้งเป้ามาที่พี่คมน์ อรรฆเดช เขาเป็นราชาหนังบู๊ คือเห็นและชอบแก ที่จริงเป็นอา
ฉลอง ภักดีวิจิตร ทำหนังฟอร์มยักษ์มาก แบบโกอินเตอร์ ทำกับต่างประเทศ แต่พี่คมน์
เขาจะใช้สตั๊นแมนได้ถูกวิธี แบบสไตล์ฮ่องกง เรื่องเสือภูเขา ประทับใจมาก ยุคนั้นเขา
ไม่เรียกสตั๊นแมน เขาเรียกตัวประกอบบู๊ ดาราร่วมบู๊ อะไรอย่างนี้ ก็มีพวกพี่เป้า (เป้า
ปรปักษ์) ซึ่งโดดเด่น ฝีมือประทับใจมาก แกเก่งจริงไง ไม่ใช่สตั๊นแมน กระโดดถีบ 2
ขา อะไรอย่างนี่ ชอบ
0 ทำงานในส่วนไหนก่อนหรือเปล่า หรือเข้ามาได้เป็นนักแสดงเลย
แรกๆ เลยที่ผมเข้าไป พี่คมน์เขาเห็นผมรำมวยจีนเก่ง ตีลังกาเก่ง ให้สอน ม.ล.สุรีย์
วัล สุริยง ตอนนั้นกำลังถ่ายทำหนังเรื่องเพชรตัดหยก ผมไปฝึกมวยจีนให้ เพื่อจะเล่น
เรื่องพยัคฆ์ลิเก คือมีดาราจีนมาร่วมด้วย มี เดวิด เจียง ฉีเส้าเฉียง ก็ระหว่างฝึกนั้น เขา
ก็ถ่ายหนังเรื่อง ไอ้ผาง รฟท. ผมได้เข้าฉากครั้งแรกเลย ในชีวิตของการเป็นนักแสดง
คือเข้าไปแสดงเป็นตัวประกอบในไอ้ผาง รฟท. เป็นฉากที่สู้กับม.ล.สุรีย์วัล บนรถไฟ คือ
พี่คมน์เขาจะไม่ให้ใครสู้แทน ก็เพราะว่าเขาต้องการให้ ม.ล.สุรีย์วัลเล่นจริงแล้วก็ไม่
อันตราย จึงคัดคนที่เก่งที่สุดสู้ โดยต้องเซฟ ม.ล.สุรีย์วัลด้วย ม.ล.สุรีย์วัลก็เลยเลือกผม
จึงได้สู้กัน เป็นฉากที่เฮฮามาก ดีใจมากกลับบ้านไป โอ้โฮ บอกคนทั่วบ้านเลย ว่าอย่าลืม
ไปดูหนังที่ผมเล่น แต่ก็เห็นแวบๆ นึง (หัวเราะ)
0 ตั้งแต่นั้นมาก็ได้รวมทีมกันเป็นกลุ่มสตั๊นแมน
อ๋อ ยังครับ ยังไม่ได้ร่วมทีมครับ ก็ทำงานตามหน้าที่ของผมไป ช่วยทำงานจัดคิว
แล้วก็ฝึกซ้อม ม.ล.สุรีย์วัลบ้าง แต่ว่าสิ่งที่ผมแอบคิดอยู่ในใจกับเพื่อนก็คือว่า เราอยาก
จะทำหนังกันเอง แต่ก็เป็นเด็กวัยรุ่นไง แบบคิดการใหญ่มาก เลยตั้งทีมสตั๊นขึ้นที่
ขอนแก่น เป็นทีมตัวเองก็เป็นพวกญาติพี่น้องบ้างเพื่อนๆ บ้าง หรือรุ่นน้องอะไรอย่างนี้
เราเอาความสามารถที่เรามีมาฝึกเขา แล้วก็ตั้งหัวหน้าทีมขึ้นมาฝึกซ้อม แล้วก็ใช้วิธี
การเรียนรู้จากข่าว ที่ได้ยินมาบ้าง และช่วงนั้นได้ข่าวจากคนอื่นมาว่า เฉินหลงตั้งทีม
สตั๊น ก็ดูวิธีการฝึกสตั๊น เราก็แอบทำตามเขา แต่ว่าไม่รู้วิธีจริงๆ นะ แบบผมใช้วิธีแบบ
วิทยาลัยพละมหาสารคาม ที่ฝึกนักกีฬา ฝึกนักเรียนนักศึกษา วิธีนั้นเป็นวิธีที่ดีที่สุด
เพราะว่ามันเกี่ยวกับด้านนี้โดยตรง แม้แต่ว่าระบบของสตั๊นภาพยนตร์ไม่รู้ ค่อยๆ เรียนรู้
จากบริษัทหนังของพี่คมน์ ก็ได้ผล ก็เรียนรู้จากผู้กำกับภาพบ้าง คนเขียนบทบ้าง จากพี่
คมน์บ้างอะไรบ้าง แบบแอบๆ แบบครูพักลักจำ ถ้าไม่รู้อะไรก็ถามพี่เขาเลย ก็ได้ความรู้
มาก็มาสอนน้องๆ พี่ๆ ที่บ้าน ส่วนด้านกีฬา ด้านยิมนาสติก ด้านศิลปะการต่อสู้เนี่ยเขา
เป็นอยู่แล้ว เพราะได้ศึกษาจริงจากวิทยาลัยพละ มาบวกกับศาสตร์ของหนังที่เข้ามา
คลุกผสมกัน ซึ่งรู้จริงบ้างไม่จริงบ้าง จะเห็นว่าหนังที่ได้ทำ สังเกตจากหนังช่วงแรกๆ
จะไม่ค่อยเป็นภาษาหนังเท่าไหร่ (หัวเราะ) มันรู้สึกว่ามันอย่างเดียว

0 เรียนรู้อยู่นานไหม จนคิดว่าเข้าขั้นแล้ว จึงได้ไปทำหนังเอง
ไปเป็นสตั๊น 3 ปี อยู่กับพี่คมน์ 3 ปี แล้วก็รวบรวมเงินกัน แล้วก็ทำเรื่องเกิดมาลุย

0 หนังเรื่อง 'เกิดมาลุย' ในช่วงนั้น กระแสดีมากจนมีเงินทำหนังเรื่องต่อมาใช่ไหม
ผมทำต่อ เพียงแต่ว่าไม่ใช่ทุนผม มีคนที่อยู่กรุงเทพฯ เขาไปรวมทำคือลงทุนให้
พอมีลงทุนให้ก็มีบริษัทหนังอื่นมาจ้าง ผมไปเล่นไปทำ ภาพรวมเหมือนเป็นบริษัทหนัง
ของผมนะ แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ เขาใช้ชื่อว่า เพชรพันนา ไม่ใช่ของผม ผมรับจ้างทำ
แล้วก็รับจ้างเล่นมาเรื่อย ช่วงนั้นหนังถ่ายประมาณปีหนึ่ง ยังไม่เห็นผล พอปีที่ 2 ก็ได้
เขาเรียกว่าป่าล้อมเมือง ต่างจังหวัดจะดังมาก จ้างหนังไปดูจนแบบสายหนังเรียกร้อง
เข้ามาสร้างหนัง สายหนังก็จับผมไปประกบกับพี่เอก (สรพงษ์ ชาตรี) มั่ง กับบิณฑ์
(บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์) กับลิขิต (เอกมงคล) เข้ากรุงเทพฯ มารับงาน เข้ามาตัดต่อหนัง
เข้ามาทำแลป ทำภาพ ทำก๊อบปี้เสร็จแล้ว ผมก็กลับไปเตรียมงาน หนังเรื่องต่อไป หนัง
เรื่องนี้ก็ฉายไปเสร็จแล้ว ผมไม่ชอบอยู่กรุงเทพฯ ก็เป็นอยู่อย่างนี้ แล้วก็รู้ว่าตัวเอง ยัง
ไม่มีความรู้จริงเรื่องหนัง ผมจึงใช้เวลาหาประสบการณ์ ผิดบ้างถูกบ้าง เรียนรู้การใช้
เลนส์บ้าง การซูมเป็นอย่างไร ลองถ่ายๆ ไป ลองผิดลองถูกมาเรื่อย แล้วก็ดูหนังมาเยอะ
ดูหนังทุกวัน ไม่ดูไม่ได้ แล้วก็ให้เพื่อนส่งหนังสือจากธรรมศาสตร์ไปให้ เกี่ยวกับ
ภาพยนตร์เบื้องต้น ก็มีหลายเล่มก็อ่านประกอบกัน

0 ตลาดหนังท้องถิ่นที่เข้าไปคลุกคลีมาเป็นอย่างไร
ยาก คือมันอยู่กันด้วยใจจริงๆ เพราะว่าจริงๆ มันเรื่องเงินไม่ค่อยดีเท่าไหร่ มันจะดี
เฉพาะตัวผม อันนี้ผมรับงาน แต่ผมมองตัวเองแล้วว่ายังไม่ใช่ ไม่ใช่ที่ผมทำไง ผมทำ
หนังตอนนั้นไม่ใช่อย่างที่ใจคิด ก็เลยเล่นหนัง คือนายทุนให้ทำก็ทำทุนน้อยๆ ทำใน
กรอบเหมือนทำแพ็คขาย คือเราได้ประสบการณ์ แต่ว่าจิตวิญญาณมันไม่มี ก็เลยเล่น
หนัง ตอนนั้นผมได้เรื่องละ 5-6 หมื่น เล่นสิบเรื่องได้ 6-7 แสน เก็บเงินตัวเองมาทำหนัง
ผมไม่มีเงินเหลือนะ ผมเอาเงินมาทำหนังเรื่องปีนเกลียว ใช้ฟิล์มเป็นร้อยม้วน ทั้งที่เขา
ถ่ายใช้ฟิล์มแค่ 30 ม้วน (หัวเราะ) เพราะว่า คิดว่าตัวเองทำได้มั้ง พอมีเงินอีกก็ทำเรื่อง
อื่นไปอีก ทำอยู่ปีนเกลียว 1, 2, 3 เลย ที่ผมทำเอง แล้วก็กองทัพเถื่อนมั่ง คือแต่ละเรื่อง
ขาดทุนหมด พอปีนเกลียวภาค 3 ไม่ขาดทุน แต่ภาค 2 ขาดทุน กองทัพเถื่อนก็ขาดทุน
2-3 เรื่องที่ทำเอง ควักกระเป๋าเอง ขาดทุน

0 เห็นว่าคุณพันนารู้จัก 'จา พนม' มาตั้งแต่ทำหนังเองตอนแรกๆ รู้จักกันได้อย่างไร
ตอนนั้นผมทำปีนเกลียวภาค 1 เมื่อ 14 ปีที่แล้วมั้ง ตอนนั้นจาเรียนจบ ม.3 เขาเข้า
มาหาผมที่ขอนแก่น เขาเข้ามาคงเหมือนผม เพราะช่วงแรก เขาดูหนังเฉินหลง บ้าเฉิน
หลง เขาดูเกิดมาลุย แบบที่คุณดู เขาก็ชอบ เขาบอก ที่บ้ามากขึ้นก็เพราะว่า คือ บรู๊ซ ลี
เฉินหลง ชอบมาก แต่เขาอยู่ฮ่องกงไง ไม่รู้ว่าตัวตนเขาอยู่ไหน อยู่อเมริกาก็ไม่รู้
แต่ที่เขาภูมิใจ มีมานะ มีความฝัน ก็คือ ตัวพันนาอยู่ในประเทศไทย เขาเลยเชื่อว่า
เขาก็เก่ง ฝึกมาเหมือนกัน เลียนแบบมาเหมือนกัน เขาก็ทำได้ เขาเลยมาหาผม เหมือน
ผมไปหาพี่คมน์ แต่เขาไปหาผมที่ขอนแก่น แต่เขายังเด็กเกินไปอายุแค่ 14 ปี ก็เลย
บอกให้เรียนต่อ ให้จบ ม.6 ก่อน แต่ว่าพี่จะรับไว้ แต่ให้มาเสาร์-อาทิตย์ นั่งรถจาก
สุรินทร์-มาขอนแก่น มาซ้อม มาอยู่ที่กองถ่ายบ้าง
แล้วพอปิดเทอม เขาจะมาอยู่กับผมตลอดเลย อยู่กับพี่ๆ สตั๊นเขา เรียนรู้กับพี่เขา
ซึ่งผมก็ไม่ได้สนใจเขาเท่าไหร่นะ แต่ที่ต้องรับก็เพราะเขามีความมุ่งมั่นมาก มุ่งมั่นแบบ
จะไม่ทำอะไรเลยถ้าไม่รับเขา รับเพื่อให้เขาเชื่อ บอกอะไรเขาก็เชื่อ เพราะเขารู้ว่าเรา
รักเขา แต่เสาร์-อาทิตย์เขาก็มาจริงๆ มาเรียนในกองถ่าย จนกระทั่งเขาจบ ม.6 ผมก็
เลยบอกว่าให้ไปเรียนที่วิทยาลัยพละมหาสารคาม เพราะพี่เรียนที่นั่น แล้วพี่ได้ทฤษฎี
จริงที่นั้น ได้ความรู้จริงว่า ศิลปะการต่อสู้เป็นไง ยิมนาสติกทำอย่างไร เขาก็เชื่ออีก มา
เรียนที่นี้อีก (หัวเราะ) ก็เลยไปเรียนที่วิทยาลัยพละ ช่วงนั้นแหละ ที่วงการหนังไทยเริ่ม
ตก ทำก็ยิ่งแย่ลง
แย่สุดคือช่วงที่เปลี่ยนค่าเงินบาท จาก 25 บาท เป็น 40 บาท ค่าน้ำยาล้างฟิล์ม ค่า
ทุกอย่างแพงขึ้นหมด หนังในระดับเดียวกันทำไม่ได้ ทำแบบชนิดแทบจะไม่มีเงินเหลือ
แล้ว อะไรแบบนี้ สายหนังก็แย่ วงการหนังแย่มาก พอดีเขาเรียนจบวิทยาลัยพละ ผมก็
เลิกทำหนังพอดี (หัวเราะเบาๆ) คือแย่มากๆ เลย

0 กว่าจะเป็นโปรเจคหนังเรื่ององค์บาก เริ่มต้นคุยกับคุณปรัชญา ปิ่นแก้ว อย่างไร
ระหว่างนั้น ระหว่างที่ จา จบวิทยาลัยพละ เขามาหาผม ผมนี่หนังแทบจะหยุดทำ
อยู่แล้ว แต่เขากลับอยากทำหนัง อยากเล่นแล้ว จะเอาจริง จะให้ผมเป็นคนฝึกจริงนะที่นี้
เขาจะไม่เรียนต่อ จะไม่ทำ ไม่เลยเขายอม คือที่จริงต้องเรียนต่อให้จบปริญญาตรี เขา
บอกว่า เขาทำทุกอย่างที่ผมบอกมาตลอด คราวนี้เขาทวงสัญญาคืน คือที่สร้างสตั๊น
แมนมา เขามีความสามารถมากกว่าคนอื่น ผมก็เลยว่า ลองควักตังค์อีกครั้งหนึ่งอาจมี
คนมาแทนเรา อะไรอย่างนี้ ก็เลยรับปากเขาสอน สอนแบบหนทางมืดมิด เป็นจังหวะ
เดียวกับที่คุณปรัชญา ปิ่นแก้ว ที่ตอนนั้นอยู่แกรมมี่ อยู่ดีๆ ก็โทรมาหาผม เพราะช่วงที่
ผมฝึกจา ผมก็มีงานหนังอยู่กรุงเทพฯ ด้วย มีเด็กเสเพล แก๊งกระแทกก๊วน หนังต่าง
ประเทศก็เขามา มีละคร ก็เอาจา มาด้วย จาเขาก็มาเล่นเป็นสตั๊น เล่นเรื่องไหนคนก็
ชอบเรื่องนั้น
อย่างไปถ่ายละคร ระหว่างที่เซตฉาก เราก็บอก จา ตามพี่ไปนะ เราก็บอกเอาเลย
นะ ถ้าว่างกลางคืนก็ซ้อมกลางคืนเลย ถ้าผมถ่ายสว่าง จาก็ต้องซ้อมสว่าง คือเป็นบ้า
เขาก็ไม่ยอม กลับมาที่พักเขาก็ซ้อมของเขาอย่างนั้นแหละ ซ้อมแบบไม่เหมือนคน
ธรรมดา เรียกคนบ้าได้เลย
คือการซ้อมเราตั้งโจทก์ว่า ถ้าอยากเอาชนะให้ได้นะเราต้องทำทุกอย่าง ที่ เฉิน
หลงทำ ทำทุกอย่างที่บรู๊ซ ลี ทำได้ เพราะมันมี 2 คนนี้ที่เป็นระดับโลกเลย ต้องทำให้ได้
อย่างเขา แล้วก็ทำให้เหนือกว่าเขา คือขั้นต่ำต้องทำเท่าเขา แล้วต้องมีสิ่งที่เหนือกว่า
เขาเท่านั้น ถึงเราจะอยู่รอด มันก็เลยเป็นบ้าไปเลย จาก็บอกคอมเมนท์ท่านี่ท่านั่น หนัง
เฉินหลงใช้สลิง กับใช้สตั๊นได้แค่นี้ จาตั้ง 2 รอบ เขากระโดดลอยตัวได้แค่นี้ เราต้องสูง
กว่า และทำให้ยากกว่า แล้วมันได้จริงๆ นี่เป็นสิ่งที่ทึ่งในตัวเขามาก
พอคุณปรัชญา โทรมาอีกครั้งหนึ่ง ผมจึงเสนอโปรเจคหนัง แต่ไม่ใช่หนังบู๊นะ เขา
ก็เอ๊ะ..นึกว่าแต่จะมาคุยเรื่องหนังบู๊ คุยไปคุยมาก็บอกว่า ผมมีคนอยู่คนหนึ่ง เก่งมาก
เก่งขนาดไหน เก่งเท่าพันนาไหม พี่ปรัชญาเขาถาม ผมก็บอก โอย..มันคนละยุคกันพี่
ถ้าเป็นยุคนั้นผมก็เก่งที่สุด แต่ยุคนี่ต้องยกให้เขา คือผมแก่แล้วไง (หัวเราะ) ก็ให้
เครดิตเขาหน่อย เขาเก่งกว่า ผมบอกต่อไปว่า ฝีมือไม่เป็นรองเฉินหลง ดีไม่ดีอาจจะ
เหนือกว่า พี่ปรัชญาไม่เชื่อเลย เพราะว่าตอนนี้ไม่มีใครจะเชื่อว่า จะมีใครจะเก่งกว่าเฉิน
หลงใช่ไหม เขาว่าทั้งแถบนี้เฉินหลงที่สุดแล้ว ตอนที่จะกลับผมเลยบอกว่า ถ้าพันนาจะ
ทำตั้งทำหนังแอ็คชั่นแบบไทยๆ อย่าไปทำแบบฮ่องกง แบบตุ๊กตุ๊กไทย มวยไทยอะไร
อย่างนี้
ผมก็กลับมา คือจาก็นั่งรอข้างล่าง ขึ้นรถก็นั่งคุยกันมาแบบแอ็คชั่นแบบไทยๆ เราก็
ทำมวยไทยมาบ้าง ก็ไม่เห็นมีอะไร ก็เตะๆ เข่าๆ ไม่มีอะไร ที่นี่นึกถึง โฆษณาชิ้นหนึ่ง
เมื่อ 2529 หรือเปล่าไม่รู้ ของลิโพวิตันดี ท่ามวยเก่าๆต่างๆ เช่นจระเข้ฟาดหาง อะไร
ต่างๆ ซึ่งผมจะได้ภาพมันสวย ภาพที่เขาลอยตัวขึ้นตีศอก ภาพลอยขึ้นแทงเข่า เฮ้ย..
ภาพมันสวยนะ มันไม่ใช่มวยไทยเวทีนี่ แต่มันเป็นมวยไทย เราก็เลยไปหาตำรามวย
ไทย ที่นี่พอมาดูตำรามวยไทยมันเยอะ เขามีรูปวาดประกอบ โอ้โฮ..ที่นี่นึกภาพจาทำ
แบบเฉินหลงแต่ได้มากกว่าเฉินหลง แต่เปลี่ยนเป็นท่ามวยไทย โอ้โฮ..ผมขนลุกเลย มัน
สวยแน่นอน ใช่แล้ว คุยกับจา ให้จาฝึกมวยไทย เป็นแบบโบราณ นั่นไง จึงเป็นที่มาของ
องค์บาก พอฝึกเสร็จปั๊บ แล้วก็ถ่ายเป็นฟิล์มเลยนะ แล้วก็ว่าจะเอาไปขายให้กับบริษัท
แกรมมี่ อาร์.เอส. ไทเอนเตอร์เมนท์ ถ้าไม่มีใครเอาผมจะไปเสนอละครต่อ แต่เป้า
หมายคือคุณปรัชญา เพราะแกมองเราก่อน พอทำเสร็จเอาไปเสนอพี่ปรัชญา โดนเลย
เกิดโปรเจกเลย แก่เชื่อว่าเก่งจริง เกิดโปรเจกองค์บากครับ
0 โปรเจคหนังองค์บากใช้เวลานานเท่าไหร่
มาเตรียมงานต่อ 4-5 ปีกว่าจะได้ทำองค์บาก มาอยู่แกรมมี่แล้วก็ย้ายออกมา มา
อยู่กับเสี่ยเจียง 2 ปี เป็น 4 ปี กว่าจะได้ฉายก็ 5 ปี
0 พอหนังฉายแล้วได้ร้อยกว่าล้านบาท ในตอนนั้น รู้สึกอย่างไร
พอหนังเราฉายได้ร้อยกว่าล้านที่เมืองไทย เราดีใจจนน้ำตาไหล แต่ก่อนผมไปดู
หนังล้อมผ้า แค่คนเต็มหนังล้อมผ้า ผมนี่ดีใจแล้ว แต่หนังโรงไปนั่งดูทีไร ไม่มีสิทธิ์ว่า
หนังเราจะได้ฉายที่นี่สักที เป็นครั้งแรกหนังเราได้ฉายในโรงใหญ่ ในชีวิตไม่เคยคิดว่า
หนังจะได้ฉายแบบนี้ แล้ววันที่ฉายองค์บาก คนเต็มโรง เพลงสรรเสริญพระบารมีดังขึ้น
คนยืนขึ้นเต็มโรง ผมน้ำตาไหลพรากๆ ไม่ใช่ธรรมดานะ โอ้โฮ ดีใจมาก คนเต็มโรง
แล้วดูหนังเรา แอบไปดูคนเดียว แอบไปเลย (หัวเราะ) คือมันการต่อสู้ของคน พลังมัน
ยิ่งใหญ่ หนังไปทำรายได้ที่ต่างประเทศอย่างไม่น่าเชื่อ มันบ้าเกินเหตุ
0 ไปทัวร์หนังองค์บากที่ต่างประเทศที่ไปมาแล้ว เห็นภาพอะไรที่ประทับใจเรา
มันหลายภาพ ชอบภาพที่อเมริกา อื้อฮือ ..ที่สุดของตลาดหนัง และที่สร้างหนังเป็น
ที่ฮอลลีวู้ดใช่ไหม ได้ฉายในฮอลลีวู้ด ก็สุดยอดแล้ว ผมดูที่ลอสแองเจลิส ฝรั่งดูเต็มโรง
มีเอเชียบ้าง แต่ก็มีแต่ฝรั่ง เขาตบมือกัน เป็นรอบซื้อตั๋วดู พอหนังจบปรบมือ โอ้โฮ ดีใจ
มาก แล้วเขาไม่รู้ว่าจามา ฉายหนังเสร็จเปิดไฟ คนถือไมค์ประกาศ จา จะมาที่นี่ ทุกคน
ไม่เชื่อ จาเดินไป..กรี๊ดตายเลย (หัวเราะ) คือผู้หญิงแบบว่าร้องไห้ แบบฝรั่งมันดูหนัง
แล้วมันคลั่งไง แล้วมาเจอตัวจริง มันเครียดมันช็อกนะ โอย..ประทับใจมาก
0 ทำไมตั้งชื่อ โทนี่ จา เห็นว่าเจ้าตัวให้สัมภาษณ์นิตยสารบางฉบับ ก็ไม่ค่อยชอบชื่อนี้
เท่าไหร่
บริษัทตั้งให้ แต่ จา พนม ในประเทศไทยก็น่าจะโอเคนะ คงเป็นแบบเพื่อให้ทาง
สากลเรียกง่าย เพราะตอนนี้เขาก็ติดปากหมด ว่า โทนี่ โทนี่ คงอะไรง่ายๆ (หัวเราะ)
0 แล้วโปรเจคหนังต้มยำกุ้งเป็นอย่างไร เห็นวางแผนโปรโมทดี ให้ข่าวเป็นระยะ ตั้งแต่
คิดเรื่องกระบวนการทำงาน จนกระทั่งจะออกฉายแล้ว
เสร็จองค์บาก ก็แน่นอนประสบความสำเร็จเยอะ เราก็ต้องมีเรื่องต่อไป ที่จริงทำ
หนังแอ็คชั่น เรื่องอะไรก็ได้ ชื่ออะไรก็ได้แต่บังเอิญ เห็นว่าพี่ปรัชญาเขาเลือก ต้มยำกุ้ง
คนต่างประเทศเขารู้จักมาก ก็เลยเลือกชื่อนี้ ในหนังเล่าเรื่องช้าง ก็เหมาะดี จากำลังดัง
ที่ต่างประเทศก็ดีเป็นที่รู้จัก ส่วนทำโปรเจกก็ยากตรงที่แอ็คชั่น เพราะองค์บากทำไว้
ขนาดนั้น เราจะหาของใหม่ เราจะแค่ว่าเราฝีมือจาจากองค์บาก แล้วมาออกแบบใหม่
กับคู่ต่อสู้ใหม่ มันคงไม่พอ เราต้องหาของใหม่ เพราะหนังทุกวันนี้มันเร็วมาก เราต้อง
ค้นหา การค้นหาต้องคือไปหาของที่เก่าที่สุดให้ลึกลงไปอีก
ไปเจอมวยสมัยโน้นก่อนที่จะเรียกมวยไทยอีก เขาเรียกทุ่ม-ทับ-จับ-หัก คือนักรบ
ไทยเวลาดาบหลุดมือเขาก็ฆ่ากันเลย จับทุ่มจับหักเพื่อเอาชีวิตรอด บวกกับศอกเข่า
ทุกอย่างที่เป็นมวยไทยทำได้หมด แล้วบวกกับท่าที่เป็นแม่ไม้มวยจริง ที่เรียกว่าช้างแม่
ไม้ทำลายโรง คือมาจากอาการของช้างที่งวงไปเกี่ยวหักกิ่งไม้ เราแรงไปดันไม้ลงแล้ว
ดันดีดงัดหักนะ ลักษณะมันเป็นฝืนธรรมชาติ มันเป็นเรื่องจริงนะ ไปดูในหนังแล้วจะ
สยอง น่ากลัว มันเป็นความชำนาญของจา กับสตั๊นรุ่นเก่าด้วยนะ เป็นรุ่นพี่คนที่สอนจา
อยู่กองถ่ายแต่ก่อน เราจะคุ้นจังหวะกัน ทีมงานที่เรียนกับจา ที่มหาสารคามก็ตามมา
หมด ซึ่งเขาคุ้นกันหมดเลย จังหวะนี้สำคัญมาก
ในการทำงานของเรามีคำขวัญของทีมงานสตั๊นของเราคือ ทำฉากเสี่ยงอันตรายที่
สุดให้ปลอดภัยที่สุด แล้วเราถึงลงมือถ่าย เราไม่จำเป็นต้องไปวัดดวงที่กองถ่าย ถ้ามัน
ทำไม่ได้เราก็หายวิธีอื่น เช่น หาวิธีไม่ได้เราก็ไม่ทำ เราจะปลอดภัยด้วย พวกผมเลยมัก
จะรอด (หัวเราะ) นักกีฬายังบาดเจ็บกว่าเราอีก กล้ามเนื้อฉีกบ้าง ข้อเท้าเคล็ดบ้าง
0 อุบัติเหตุจากการแสดง ที่เจ็บหนักสุด ขนาดไหน
แขนซ้ายหัก ตรงข้อต่อ ตกจากที่สูง หนังเรื่องปลุกขึ้นมาฆ่า อย่างขับมอเตอร์ไซค์
ชนรถปิกอัพ ยังไม่เป็นไรเลย เพราะเรารู้ว่าต้องชน แต่อันนี้อันที่เราไม่รู้ ว่าจะลงอย่าง
ไง อุบัติเหตุจะเกิดจากสิ่งที่ไม่รู้ ประสบการณ์ของการเป็นสตั๊น เราจะรู้จักคำนวณ ซึ่ง
บางทีก็น่ากลัวมาก เราต้องคำนวณละเอียดจนนะ ทีมงานต้องรู้จักคำนวณด้วย ตลอด
20 ปีที่ผ่านมา ชีวิตเราอยู่กับการแอ็คชั่นใช่ไหมล่ะ ไม่ระวังต่อยกันโดนกัน หรือจับโต๊ะ
ฟาดกันโดนตรงข้าง (ขอบ) โต๊ะต้องระวังให้ดี พอเราป้องกันได้ เช่น เก้าอี้ที่มีล้อเลื่อน
อย่างนี้ ต้องล็อกมันไว้ ไม่ให้ขยับเขยื้อน สิ่งที่มองไม่เห็นเป็นสิ่งที่อันตราย แต่เราไป
กลัวภาพใหญ่ๆ มันมักจะไม่เกิด เจอมาตลอด แต่เล็กๆ ลื่นแต่ถึงตายได้
0 ฉากแอ็คชั่นในหนังองค์บาก ที่ประยุกต์เพิ่มเติมในหนังต้มยำกุ้งมีบ้างไหม
มีท่ามวยไทย ซึ่งสิ่งนี้มันเป็นวิธีการเดียวกับเฉินหลงกับหนังฮ่องกง มีหมุนตัวเตะ
ท่าเดียวกันหมดเลย เพียงแต่ว่า ใช้กับอุปกรณ์ใหม่ โลเกชั่นใหม่ ตัวละครใหม่วิ่งไล่
เปลี่ยนอะไรๆ นิดนึง คือเราต้องเพิ่มใหม่เป็นวิธีการประยุกต์มา แต่ว่า จา ต้องฝึกหนัก
เพื่อให้ได้ท่าและภาพสูงกว่าเดิม แล้วยากกว่าเดิม เช่นในฉากตลาดในองค์บาก เราให้
คนไล่จาใช่ไหม ไม่ค่อยมีฝีมือเท่าไหร่ ไล่จาก็หลอกหลบหลีกอะไรอย่างนี้ แต่เรื่องนี้ มี
แต่แชมป์มาเลย แชมป์จักรยานเสือภูเขา แชมป์มอเตอร์ไซค์ พวกเอ็กซ์ตรีม มาไล่ล่า
จา ฝรั่งก็แชมป์มวยปล้ำ เล่นหนังเรื่องทรอย นาธาน โจน คนที่มาเล่นต้องเป็นคนที่เป็น
นักกีฬาจริง เป็นสตั๊นจริง อย่างสตั๊นสไปเดอร์แมนนี้ก็เก่ง ทุกคนที่เล่นจะต้องไม่ใช่สตั๊น
สวม ต้องเล่นจริงให้หมด ต้องโดนจาเตะ จาก็ต้องโดนด้วย
0 ต้องใช้สลิงเข้าช่วยในส่วนไหนบ้าง
ไม่มีครับ อืมม์..มี ผมยอมรับแต่ไม่ได้มีสลิงเพื่อดึงจา มีสลิงไว้เซฟ ก็ใช้ในวิถีของ
การคำนวณของมัน ซึ่งคุณไม่สนใจหรอกเรื่องอย่างนี้ คุณสนใจในเรื่องของตัวละคร
ถ้าไม่ใช้เลยมันก็ไม่ดี คือมันเป็นศิลปะ มันไม่ใช่สารคดี มันต้องมีฉากแต่งเติมบ้าง
0 มาถึงจุดตรงนี้ได้ ทำหนังแล้วได้ฉายไปทั่วโลก มีคนตั้งตารอคอยชมหนังที่เราทำ
รู้สึกอย่างไร เคยมองย้อนกลับไปบ้างไหม
จะมองเรื่องอยากทำนะ อาจจะมีการวางการตลาด แบบผม จา พี่ปรัชญา ส่วนหนึ่ง
มีการตลาดช่วยคิด ส่วนการตลาดก็มีทีมนะ แต่ว่าส่วนผมกับจาและพี่ปรัชญา จะมอง
ส่วนที่ทำแล้วมีความสุข เช่น เรื่องการจะทำดาบไทย แต่ไม่ใช่เอาคนมาวิ่งฟัดกันเป็น
กองทัพ เราจะไปหาดาบเล่มนี้มันหนากี่นิ้ว ยาวเท่าไหร่ สมรรถภาพมันเป็นอย่างไร แล้ว
เบสิคการฟันดาบนั่นคือเข้าไปหามัน ศาสตร์การต่อสู้ของดาบไทยเป็นอย่างไร อาวุธ
ไทยเป็นอย่างไร เอาพวกนี้มาเล่า โดยผ่านจา มันทำให้เรารู้สึกว่ามีความสุข การออก
แบบท่าจะไม่ถูกปิดประตู ผมว่าต้มยำกุ้งถูกปิดด้วยองค์บากนะ ถ้าไปเจอช้างทลายโรง
แต่พอเจอดาบประตูเปิดแล้ว แล้วก็ย้อนยุคด้วย โลเกชั่นจะน่าดู เซตฉากว่าเป็นยังไง
0 เปรียบเทียบกับหนังที่เคยทำมากับตอนนี้เป็นอย่างไร
เราไม่รู้จริงครับ แต่มีใจอย่างเดียว มุ่งมั่นมาก อยากทำในสิ่งที่ฝันเอาไว้ แล้วก็คง
เป็นเรื่องความไม่สมบูรณ์แบบ ทั้งความรู้ ทั้งเงินทุน ทั้งโอกาส มีอย่างเดียวคือใจ
(หัวเราะ) แต่ก่อนมี 4-5 แสนเราก็ไปเปิดกล้องกัน ทำกันแบบคิดง่ายๆ จากความ
สามารถตัวเอง ถือว่าเป็นบทเรียน ผมว่าถ้าไม่มีอดีตพวกนี้ อาจจะทำให้เราไม่คือได้
กว้างขนาดนี้ ประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ จากการทำหนังเล็กๆ มันทำจากสิ่งดิบ เพราะว่า
เราไม่มีทุน พอมาเป็นองค์บากมีโปรดักชั่นที่ดี ฉะนั้น พอเป็นต้มยำกุ้งมันเลยดิบแบบมี
ศิลปะ
0 เคยเปรียบเทียบศิลปะการต่อสู้มวยไทย กับมวยกังฟู วูซู หรืออื่นๆ บ้างไหม ว่ามีดี
อะไรที่จะอวดสายตาชาวโลกได้
ผมชอบทุกศิลปะ แต่เพียงแต่ว่าหนังเรื่องนี้จะสร้างตัวละครเป็นของไทย เราก็ต้อง
สร้างศิลปะเป็นของไทย ให้เป็นตัวโดดเด่นใช่ไหมหล่ะ บางทีผมกลับชอบกังฟู ชอบวูซู
เพราะผมชอบเฉินหลง เวลาไปเรียนยูโด ผมก็ชอบยูโด ผมว่าศาสตร์ของมาเชี่ยลอาร์ต
มันมีรากฐานทางจิตวิญญาณอันเดียวกัน คือรู้เลยว่าฐานของการฝึกเนี่ย การใช้พละ
กำลังส่วนไหน การใช้เทคติค แต่มันรากฐานที่เกิดจากธรรมชาติ เกิดจากอวัยวะของ
เราทั้งหมด มวยกังฟู ก็มีขา 2 ขา แขน 2 แขน มวยไทยก็เหมือนกัน มีการยอตัว
ลักษณะเหมือนกัน คาราเต้ ก็เหมือนกันมันมีรากฐานเดียวกัน สุดท้ายก็เรียนเพื่อมีสมาธิ
ไม่ต่อสู้ใคร ทั้งหมดที่ผมศึกษามา ไม่ไปทำร้ายใคร ไม่ตอบโต้ใคร จนถึงเสี่ยวนาทีสุด
ท้าย
0 กระแสหนังต้มยำกุ้งดีขนาดนี้ หวังอะไรไว้บ้างหรือยัง?
ทีมงานเขามีชีวิตที่ดีขึ้นครับ เป็นช่วงเป็นจังหวะชีวิต ที่สตั๊นแมนมีค่า ผมภูมิใจมาก
เพราะแต่ก่อน สตั๊นแมนไทยไร้ค่ามาก คือพยายามจะไม่ดูถูกนะ แต่เราเห็นโปรดักชั่น
เก่าๆ มันน่าสงสารพวกรุ่นพี่
0 ทีมงานสตั๊นของคุณพันนาดูแลอยู่มีกี่คน
ทีมงานสตั๊นผมมี 25 คน มีใหม่อีก 8 เป็น 33 คน แล้วเวลาออกถ่ายหนังจริง เราก็
รับทีมข้างนอกด้วย ที่เคยเป็นลูกศิษย์เก่าเราก็มาช่วย เพราะคนที่แตกไปจากทีมของ
ผมก็มีบ้าง ไปประสบความสำเร็จ อย่างคุณเซง เป็นสตั๊นที่ไปทำหนังกับฝรั่ง
0 หนังเรื่องต่อไปจะเป็นการต่อสู้ลักษณะใด
กำลังเตรียมอยู่ กำลังหาข้อมูลเรื่องดาบ ฝึกฟันดาบกันอยู่ หนังเรื่องต่อไปมีคำสั่ง
ว่าให้เร็วขึ้น เพราะว่าคนรอดูหนังไม่ไหว ต้องทำเร็วขึ้น ไม่งั้นต้องแบ่งทีมทำ อะไรอย่าง
นี้
0 ตอนนี้ 'เดี่ยว' ชูพงษ์ ช่างปรุง ทำอะไรอยู่
ตอนนี้ก็มีงาน เดี่ยวยังรับงานต่างประเทศเลย มีหนังเตรียมเอาไว้ติดต่อทำอยู่ เรื่อง
ตะบันไฟ ก็ได้เดี่ยวเป็นพระเอก มีหนังจ่อรอคิวอยู่ เดี่ยวเขามีงานหนังหลายเรื่อง เฉพาะ
ตัวเดี่ยวเอง ดูหนังในไทยจะเงียบเรื่องเกิดมาลุย แต่ต่างประเทศเขาขายดีมาก ขายเป็น
ล็อตกับองค์บาก ซึ่งขายได้จริงๆ ไม่ได้ขายแบบซีดีอะไรอย่างนั้น อีกอย่างเส้นทางของ
เดี่ยว ช่วงของการต่อสู้ ไม่หนักหนา ไม่หนักเลย เป็นคนที่ดวงดี มาในจังหวะที่องค์บาก
เกิดแล้ว มันก็เลยแบบทางที่เดินได้สะดวก เขาก็เป็นลูกศิษย์จา จาเขาไปสอน จาเขาไป
ตั้งทีมที่วิทยาลัยพละ ช่วงจาเรียนวิทยาลัยพละเนี่ย เขาจะเปิดชมรมกระบี่กระบอง เขา
จะรวมทีม เพราะทีมสตั๊นในวิทยาลัย ทำไว้ออกไปโชว์แทนสถาบัน ไปฟันดาบแล้วก็โชว์
คิวบู๊ด้วย ก็มีพื้นฐานไปด้วย พอมาอยู่นี้ก็ฝึกประสบการณ์แล้วก็เร็วขึ้น ก็หาตัวจะยาก
ครับ แค่จาก็หาตัวจับยากนะ
0 คุณพันนาก็เคยเล่นหนังมาก่อนไม่คิดจะกลับมาเล่นหนังฟอร์มใหญ่บ้างหรือ?
ไม่หรอกครับ แก่แล้ว (หัวเราะ)
0 หน้าที่หลักในบริษัท บาแรมยู ทำอะไรบ้าง
ดูหนังแอ็คชั่นในบริษัท ดูภาพรวม ผมดูเฉพาะหนังแอ็คชั่น ถ้าเกิดมีโปรเจคหนัง
แอ็คชั่น ต้องผ่านผม ในการที่จะลงถ่ายทำได้ คือเราต้องประเมินแอ็คชั่นที่จะออกได้
ก่อน ถ้าประเมินยังไม่ได้ก็คือยังไม่ทำ มีพี่ปรัชญาเป็นโปรดิวเซอร์ใหญ่ ผมทั่วไป ทั้งดู
ซ้อมสตั๊นไปด้วย ดูแลนักแสดงหลัก และก็หาคนมาสานงานต่อ ดูคอมเมนท์งานแอ็คชั่น
ของหนังแต่ละเรื่อง
0 ได้ข่าวว่าปั้นนักแสดงหญิงให้เก่งด้านบู๊ด้วย
กำลังฝึกอยู่ ทีมงานเตรียมงานจะทำในปีนี้ครับ ฝึกเขามาได้ 2-3 ปีแล้ว คือซุ่มฝึก
มา ตอนนี้ฝีมือเริ่มเข้าขั้น เรามีบุคลากรที่จะสอนให้เยอะ มีสเตปการสอน มันน่าดูนะ ผม
ไปดู ไปเทสต์ดูแล้ว เอาอย่างนี้เลย ตอนนี้มองภาพรวมเลยจะมีจาและมวยไทย ซึ่ง
ผู้หญิงกับมวยไทยยังไม่มี ดูแค่นี้ก่อนว่า ผู้หญิงกับมวยไทยจะเป็นอย่างไร แล้วมวย
ไทยโบราณจะชกกันอย่างไร ตอนนี้เรามีค


ความเห็น

[1]


(ID:18264)



(ID:18311)

อ่านเพลินจนจบแบบไม่รู้ตัวเลยครับ   ขอบคุณสำหรับข้อมูล ครับ คุณโอ  ไม่ทราบว่า คุณโอ พอจะมีข้อมูลของ สตั๊นท์ ทีมของคุณพันนา บ้างไหมครับ  แบบว่าผมมีหนังของพันนา หลายสิบเรื้อง  เห็นหน้าซ้ำ ๆ ไปซ้ำมาหลายคน อยากจะรู้จักว่า คนนี้ ชื้อว่าอะไร  ตอนนี้ เคยเห็นหน้าบ่อย ๆ รู้สึกว่าจะเป็น  คุณบรรลุ ศรีแสง หน้าตาฟันเหยิน ๆ  บู๊ เก่ง ๆ  ตัวเล็ก ๆ และคุณ สมใจ  จันทร์มูลตรี  ไม่รู้ว่า คนอื่น ชื่ออะไรบ้าง  เห็นตีลังกาเก่งสุดยอดทั้งนั้นเลยครับ

เห็นสตั๊นท์ของพี่พันนาบางท่าน มาเล่นในหนังใหม่ ๆ หลายเรื่อง เช่น  บอรดี้การ์ดหน้าเหลี่ยม ภาค 1 ภาค 2  เกิดมาลุย เห็นหน้าคุ้น ๆ  หลายคนเหมือนกัน 

ถ้ามีข้อมูลอย่างไร นำมาให้ชมกันบ้างนะครับ 




(ID:18379)
คนนี้ คือฮี่โร่พันธุ์ไทยตัวจริงครับ ยกนิ้วให้ สมัยก่อนได้ชื่อว่าเป็นเจ้าพ่อหนังบู๊ภูธร แต่ตอนนี้ พันนา ทำให้หนังบู๊พันธุ์ไทยดังไปทั่วโลก ขอคารวะ ครับ 



(ID:18391)

อ่านแล้วนึกถึงสมัยเด็กๆเลยไปดูหนังกลางแปลงที่ไหนถ้าเป็นหนังของพี่พันนาน่ะคนเยอะมากๆขอบอก




(ID:18632)
ผมว่า พันนา คือตำนานเจ้าพ่อหนังบู๊ฉบับภูธรตัวจริง ก็ว่าได้ครับ



(ID:18658)

ตั้งแต่เด็กที่ได้ดูหนังมานั้น เห็นมีดาราบู๊แบบดุเดือด แสดงอย่างสุดฝีมือก็มีคุณลักษณ์ อภิชาติ แล้วก็คุณพันนาขอบอกว่าสุดยอดทั้งสองคน....




(ID:18685)

ว่ากันว่าสมัยก่อนถ้าเป็นหนังของ พันนาแล้วจะล้อมผ้าปิดวิกทำเงินแน่นอนครับ รับรองไม่ผิดหวัง  เมื่อตอน องค์บากดังๆ แก่มาที่บริษัท กับจา พนม เป็นคนคุยสนุกครับไม่ถือเนื้อถือตัวเว้าอีสานกันเลยล่ะครับ




(ID:19223)
พันนา  สุดยอดมากผมชอบมากดูเกือบทุกเรื่อง  ทุกวันนี้ก็ยังซื้อ VCD หนังเก่าๆของพันนามาดูอยู่เลยที่ชอบมากที่สุดเลย ปีนเกลียว 1 2 3 บู๊มันส์ล้างพาลมันส์สุดยอด  และมีอีกเรื่องที่ชอบ  ฅนลูกทุ่ง เรื่องนี้ไม่บู๊แป็นแนวชนบทดูแล้วเป็นลูกทุ่งดี  ผมยกให้เป็นตำนาน  ชอบมากกกกกก............



(ID:19365)
ชอบผลงานของพี่พันนามากเลยครับ ตอนเด็กๆไปดูหนังกลางแปลงจะต้องมีหนังของพี่พันนาฉายแทบทุกที่เลย



(ID:21391)

สุดยอดครับคนนี้ สมัยเด้กๆๆ ไปดูหนังกลางแปลงที่ พันนา แสดง เรื่อง ปลุกมันขึ้นมาฆ่า ภาค1 2 3 4 สุดยอดมากเลยครับ อ้อ ขอแถมนิดนึง เด้กผมก็ชอบหนังแนวนี้นะครับ บ้านผีปอบ 1-13เลย




(ID:22165)
พีเขาเป็นคนเปิดตำนานหนังบู้เลยนะเนี่ย    นับถือ



(ID:33279)
ผมก็ได้เข้าไปเล่นกับแก เป็นเรื่องแรกของพันนา  เกิดมาลุย สมัยนั้น นับว่าแกลำบากมากครับ  ตอนนี้น้องชายผมประสพความสำเร็จในสายตาคนอื่น  แต่ลึกๆในใจน้องชายผมคนนี้ ไม่รู้คิดรัย ทำไมต้องไปทำร้ายร่างกายตัวเองแบบนั้น  น้องรัก ปัญหาทุกอย่างแก้ได้ พี่ไม่อยากเห็นน้องพี่ กลับไปสู่ศูนย์ อีกครั้ง  รักน้องมากนะ  พี่อู๋



(ID:33280)

พี่แก้วฟ้าครับ ตอนนี้พี่พันนามีปัญหาอะไรหรอครับ เห็นในข่าว จา พนม ตอนนี้ก็มีปัญหาเรื่องฟ้องร้องกันอ่ะครับ ...




(ID:33321)

เป็นความฝันของเด็กบ้านทุ่งอย่างผมครับว่าวันหนึ่งผมอยากจะเป็นสตั๊นท์แมน จนแล้วจนรอดก็ยังไปไม่ถึงจุดนั้น

ถึงแม้ทุกวันนี้จะดูอ้วนๆขึ้นมาบ้าง แต่ข้างในก็ยังอยากไม่หาย

พี่พันนานี่ล่ะสุดยอดนักสู้จากที่ราบสูงตัวจริง




(ID:65583)
ตุ๋มเคยไปงานวันเกิดพี่พันนาที่ทีมงานจัดอยู่ที่อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย แต่ไม่กล้าไปคุยกับพี่แกเพราะเราไม่กล้ามีแต่คุณพ่อและแฟนไปคุยกับพี่พันนาและจา พนม วันนั้นหน่วยของทีมงานเราได้ไปฉายหนังในวันเกิดพี่พันนาและวันนั้นฉายหนังของพี่พันนาแสดงเอง และหนังไอ้หนุ่มหมัดเมา พากย์สด พากย์เป็นภาษาอิสาน วันนั้นยังคงเป็นภาพประทับใจ งานนี้คุณลุงบอมเบย์ภาพยนตร์ติดต่อมาทางคุณพ่อทำให้ทีมงานเราได้ไปฉาย (เตาถ่าน) ให้พี่พันนาดูและทีมงานสตั้นแมนพี่พันนาดูด้วย ประทับใจ จริง ๆค่ะ



(ID:65673)

ท่านโอ  ของแปลงซาวส์เป็นเสียงดีมั๊ย  ยาวมากกกกก   ขอเป็นซาวส์แดงเด้อกลัวเสียงไม่ออก 555




เลือกหน้า
[1]
จำนวนหัวข้อทั้งหมด 16

กลับขึ้นข้างบน / กลับหน้าแรก

ค้นกระดานข่าว:


ถูกเปิด: ถูกคลิ๊กแล้ว: 49169680 ตอนนี้มีผู้เข้าชม : 24 ล่าสุด :chai , max , ชายใหญ่ , เดชะ , แมน , mac , ADD , ยงค์ , MECHAIcinema49 , กิต ,