Mobile Version / สำหรับโทรศัพท์มือถือ ยินดีต้อนรับท่านผู้มาเยือน www.peoplecine.com ท่านยังไม่ได้ log in นะครับ
คนแรกคือ เม็ก ไรอัน ที่กลายเป็นเจ้าแม่หนังตลกโรแมนติคไปในทันที่ เธอมีผลงานในแนวเดียวกันนี้อีกหลายเรื่อง อย่าง Sleepless in Seattle, You've Got Mail, French Kiss หรือ Kate and Leopold แม้เธอจะเคยพยายามเปลี่ยนแนว หันไปเล่นบทหนัก ๆ (และเปลือย) อย่าง The Doors กลับไม่ประสบความสำเร็จ
คนที่สองคือคนเขียนบท นอรา เอฟรอน นักเขียนที่หันมาเขียนบทหนังในเรื่องนี้ จนโด่งดัง ทำให้เธอมีผลงานการเขียนบทอีกหลายเรื่อง รวมทั้งเป็นผู้กำกับเองด้วย อาทิ Sleepless in Seattle หรือ Michael เป็นต้น
หนังเรื่องนี้เข้าฉายหลังอเมริกาเกือบปี (ตามแบบหนังในยุคนั้น) ผมเลยได้ดูจากวิดีโอก่อนหนังฉายหลายรอบและก็ชอบในทันที และเมื่อหนังเข้าฉายในโรงผมเลยต้องหาโอกาสไปดูเสียสองรอบ แต่ที่ขัดใจมากคือชื่อไทยของหนังเรื่องนี้ ชื่อภาษาอังกฤษ When Harry Met Sally... ผมคิดว่าเป็นชื่อที่เท่และคลาสสิคดีทีเดียว แต่พอใช้ชื่อไทยว่า เพื่อนรักเพื่อน หมดท่าเลยครับ มันง่ายเกินไป แถมยังไม่ตรงประเด็นของหนังอีกด้วย หนังเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของเพื่อนที่มารักกัน แต่เป็นเรื่องของความสัมพันธ์ของคนสองคนที่ต้องใช้เวลากว่าสิบปี จึงจะมาเป็นคนรักกันต่างหาก เหมือนกับตลอดช่วงของหนังที่แทรกไว้ด้วยเรื่องราวจริงของคุ่รักหลายคู่ที่มาบอกเล่าว่าเขาและเธอมาเจอกันได้อย่างไร
โดยส่วนตัวเป็นคนชอบหนังตลกโรแมนติคอยู่แล้ว (ปัจจุบันเขาเรียกหนังแนวนี้ว่า รอนคอม มาจากคำว่า Ron Com หรือ Romantic Comedy นั่นเอง) ทำให้หนังเรื่องนี้ กลายเป็นหนึ่งในสิบหนังในดวงใจตลอดกาลของผม
สำหรับ สิบอันดับหนังในดวงใจตลอดกาลของผมมีเรื่องอะไรบ้าง ไว้โอกาสหน้าจะทยอยเล่าให้ฟัง แต่ที่แน่ ๆ คือ หนังอันดับหนึ่งในดวงใจ เข้าฉายในเมืองไทยปี 1990 นี่เอง เอาไว้พี่เสือกล่างถึงเมื่อไหร่ ค่อยมาพูดถึงครับ
(ID:122150) มาพูดถึง แฮร์รี่ คอนนิค จูเนียร์ สักเล็กน้อยครับ หมอนี่ได้รับการยกย่องให้เป็น แฟรงค์ ซิเนตร้า คนที่สองซึ่งเขาก็ทำได้ดีเหมือนกับซิเนตร้าจริง ๆ แฮร์รี่ เป็นคนหนุ่มที่มีน้ำเสียงนุ่มลึก เวลาร้องเพลงเก่า ๆ โดยเฉพาะเพลงแจ๊ซสแตนดาร์ด ด้วยแล้ว เสียงเขากระชากใจให้คนตกอยุ่ในห้วงโรแมนติคได้ไม่ยาก ผมมีผลงานของแฮรร์ คอนนิค จูเนียร์ อยู่สองสามชุด เป็นแนวแจ๊ซสแตนดาร์ดทั้งหมด ในเรื่อง When Harry Met Sally... เขานำเพลงสแตนดาร์ดเก่ามาร้องได้ดี โดยเฉพาะเพลง It Had to be You ที่เขาร้องไว้ในแบบบิ๊กแบนด์ เพราะมากครับ ไม่น่าเชื่อว่าคนหนุ่มจะร้องเพลงเก่าได้ดีขนาดนี้ อีกเพลงของเขาที่ผมชอบเป็นการส่วนตัวคือเพลง Our Love Here to Stay เพลงจากหนังเรื่อง An American in Paris ฟังที่ไรนึกถึงภาพ ยีน เคลลี ทุกที
แฮร์รี่ คอนนิค จูเนียร์ มาแสดงหนังเป็นครั้งคราว หลายคนอาจจะพอจำเขาได้จากบทเพื่อนนักบินของพระเอก วิล สมิธ ในเรื่อง Independence Day หรือ ID4 นั่นเอง ซึ่งบทของเขามีนิดเดียว แต่ก็เป็นบทที่คนดูจดจำได้อยู่ไม่น้อย หน้าตาบ้านนอก แบบนี้ละครับ ร้องเพลงแจ๊สได้นุ่มทีเดียว
มาถึงตรงนี้ขอแสดงความเห็นส่วนตัวสักเล็กน้อย แม้แฮร์รี่ คอนนิค จูเนียร์ จะเก่งกาจเป็นอัจฉริยะแค่ไหน แต่สำหรับผมแล้ว ไม่มีแฟรงค์ ซิเนตร้า คนที่สองครับ เพราะซิเนตร้า คือสุดยอดแล้ว เพิ่มเติมเกร็ดหนังครับ หลายคนอาจจะจำฉากหนึ่งในหนังเรื่อง When Harry Met Sally... ได้ดีคือฉากที่นางเอกแกล้งถึงจุดสุดยอดในร้านอาหาร หนังปิดฉากนี้ด้วยความฮายิ่งกว่าเมื่อมีผู้หญิงคนหนึ่งพูดสั่งอาหารเหมือนกับที่แซลลี่ ซึ่งก็คือ เม็ก ไรอัน สั่ง ประโยคที่เธอพูดว่า I'll have what she having ได้กลายเป็นหนึ่งในร้อยคำพูดอมตะของวงการภาพยนตร์ฮอลลีวู้ด โดยอยู่ในอันดับที่ 33 และนักแสดงที่พูดประโยคนี้คือ แม่ของผู้กำกับ ร็อบ ไรเนอร์ ครับ
(ID:122157) มาถึงหนังเรื่องเกิดวันที่ 4 กรกฎาคม หรือ Born on the Fourth of July หนังเกี่ยวกับสงครามเวียตนามเรื่องที่สองของโอลิเวอร์ สโตน
หลังจากสร้างชื่อจากเรื่อง Platoon จนได้รับรางวัลออสการ์จากการกำกับเป็นตัวแรก (ก่อนหน้านี้ โอลิเวอร์ สโตน เคยได้รางวัลออสการฺสาขาเขียนบทจาก Midnight Express โหด หนเดียวก็เกินพอ) ชื่อของผู้กำกับที่เคยผ่านสมรภูมิจริงในเวียตนามก็โด่งดังขึ้นมา โอลิเวอร์ สโตน จึงสร้างหนังเกี่ยวกับสงครามเวียตนามในอีกสามปีถัดมา คราวนี้หนังไม่ได้เกี่ยวข้องกับสมรภูมิรบเหมือนกับ Platoon แต่ว่ากันถึงผลกระทบทางจิตใจแบบเต็มๆ ของผู้ผ่านสงคราม
หนังเล่าเรื่องของ รอน โควิค อดีตทหารผ่านศึกสงครามเวียตนามที่กลายมาเป็นผู้พิการ และกลายมาเป็นนักต่อต้านสงครามตัวยง หนังได้ ทอม ครูซ นักแสดงชื่อดังที่โด่งดังมาจากหนุ่มรูปงามมารับบทนักรบพิการ ผู้มีรูปลักษณ์เป็นฮิปปี้ในช่วงของการต่อต้านสงคราม ซึ่งทอม ครูซ เปลี่ยนตัวเองได้ดีจนทำให้เขาได้ชื่อว่าเป็นนักแสดงเจ้าบทบาทอีกคนเลยทีเดียว แต่สุดท้ายก็มาเสียรังวัดจากรายการของโอปรา วินฟรีย์
แม้ชื่อเรื่องจะใช้ชื่อว่า เกิดวันที่ 4 กรกฎาคม ซึ่งเป็นเกิดของตัวเอกรอน โควิค และเป็นวันชาติของอเมริกา เหมือนเป็นการเย้ยหยันที่คนเกิดในวันชาติ กลับต้องมามีคำถามต่อประเทศชาติ
แต่จริง ๆ แล้ว รอน โควิค ไม่ได้เกิดวันที่ 4 กรกฎาคม เขาเกิดวันที่ 3 กรกฎาคม ต่างหาก เพียงแต่หนังต้องการหยิบประเด็นวันเกิดมาใช้เท่านั้นเอง และหนังเรื่องนี้ก็ทำให้โอลิเวอร์ สโตน ได้รางวัลออสการ์สาขาผู้กำกับเป็นตัวที่สอง แต่หนังกลับไม่ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยม โดยปีนั้น Driving Miss Daisy ได้รางวัลหนังยอดเยี่ยม
(ID:122196) นั่น ว่าแล้วเชียว ไม่ผิดหวังจริงๆ สำหรับข้อมูลขั้นเทพจากท่านพี่ Marino ... ขอบคุณอย่างสุดซึ้งเลยครับผม ... ว่าแต่ หนังในดวงใจอันดับ 1 ของพี่ที่ฉายในปีนี้ ผมขอเดาว่ามันคือ ...
ขบวนการมุดดิน นินจาเต่า ... 555 ล้อเล่นครับ ผมพอจะเดาๆ ออกแล้วครับ ว่าน่าจะเป็นเรื่องไหน
ปี 2533 นี้ หนังที่เข้ามาฉายบ้านเรา ดุเด็ดเผ็ดมัน กันจริงๆ ผมนั่งดูรายชื่อทั้งหมดแล้วถึงกับต๊กกะใจ ... นี่เราดูทุกเรื่องเลยรึเนี่ย 555 บ้าจริงๆ ทำให้นึกย้อนกลับไปช่วงเรียน อะไรมันจะว่างขนาดนั้นฟะ
(ID:122293) 2 โหดไม่รู้ดับ - Tango & Cash (1989) ... เข้ามาฉาย 6 เมษายน 2533 (1990)
หนังสนุกใช้ได้ครับ
VIDEO
(ID:122295) ก็เราไม่ใช่เทวดา...นี่ครับ - We're No Angels (1989) ... เข้ามาฉาย 6 เมษายน 2533 (1990)
รีเมคมาจากหนังเก่า เรื่องของ 2 นักโทษที่แหกคุกออกมา แล้วจับพลัดจับผลูต้องไปเป็นบาทหลวง แต่ทำไปทำมา คนนึงดันติดใจ อยากเป็นพระซะจริงๆ ... หนังเบาๆ อีกเรื่องของป๋าเดอนีโร ที่สงสัยติดใจบทขำๆ มาจาก 2 กวนได้ 3 กำ
VIDEO
(ID:122297) 2200 สู้เด็ดหัว - Salute Of The Jugger (The Blood of Heroes) (1989) ... เข้ามาฉาย 6 เมษายน 2533 (1990)
หนังเกี่ยวกับโลกอนาคต ที่มนุษย์เราได้คืนกลับไปสู่ความป่าเถื่อน และมีคนพิเรน คิดเกมโหด มันส์ แต่ไม่ฮาขึ้นมา ให้เล่นกันถึงตายนั่น
CVD ทำแต่แผ่น VCD ออกมาขาย ใครเจอวานบอก
VIDEO
(ID:122307) ฆ่าย้อนสูตร - Best Seller (1987) ... เข้ามาฉาย 28 เมษายน 2533 (1990)
ตำรวจนายนึง ที่มีจ๊อบพิเศษเป็นนักเขียนนิยายไปด้วย ได้เขียนเรื่องราวของนักฆ่ารายนึง แล้วต้องไปพัวพันกับเรื่องราวต่างๆ ในวงการอาชีพนักฆ่า
VIDEO
(ID:122365) Salute of the Jugger หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่ผมชอบอีกเรื่องหนึ่ง จัดอยู่ในกลุ่มหนังไม่ดัง ไม่ดี และโคตรสนุก มีเสน่ห์ของหนังเกรดบีอยู่อย่างเต็มที่
ชื่อ Salute of the Jugger น่าจะเป็นชื่อที่เข้าฉายในไทยหรือแถบเอเซียเท่านั้น เพราะชื่อจริง ๆ ของหนังคือ The Blood of Heroes ซึ่งการเปลี่ยนชื่อหนังเมื่อออกฉายนอกอเมริกาผมเคยพูดถึงไว้ในกระทุ้หนังยุค 1980
และสำหรับหนังเรื่องนี้ ผมไม่มีวีซีดี มีแต่ วิดีโอ ของซีวีดีเก็บไว้ เป็นซาวน์แทร็คบรรยายไทย เท่าที่เช็คล่าสุดสภาพยังดีอยุ่ครับ พี่เสือสนปะ
(ID:122430) สนสิครับท่านพี่ แต่ถ้าเป็นม้วนมา ก็ไม่มีเครื่องให้ดูแล้วครับ 55
คนเปลี่ยนหัวคน ตอน ยกเครื่องเจ้าสาว - Bride Of Re-Animator (1990) ... เข้ามาฉาย 5 พฤษภาคม 2533 (1990)
กลับมาหยองกันอีกแล้ว
VIDEO
(ID:122431) หนวกบ่ฮู้ บอดบ่ฮู้ - See No Evil , Hear No Evil (1989) ... เข้ามาฉาย 5 พฤษภาคม 2533 (1990)
แค่เห็นชื่อ 2 ดารา ยีน ไวล์เดอร์ กับ ริชาร์ด ไพรเออร์ ก็เตรียมท้องแข็งกันได้เลยครับ ... นี่คือ หนังโคตรสนุกอีกเรื่อง และฉากเด็ดที่ ยีน ไวล์เดอร์ เข้าไปที่ห้องของโจรสาวขณะที่เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จ แล้วขู่ว่ามีปืนจ่อเธออยู่ใต้แจ็คเก็ตของเค้า แล้วบอกให้โจรสาวยกมือ ผ้าก็หลุดสิครับ แล้วจากนั้น ... อิอิ
ดูในโรงแล้วชอบ จนต้องไปเช่าม้วนมาดูอีกรอบ แต่เป็นแบบพากย์ไทย ที่พากย์ได้อย่างฮา โดยพี่โอ๊ต จักกฤษณ์ พากย์เจ้าบอด ริชาร์ด ไพรเออร์ ได้อย่างเชื่อสนิทว่าหมอนี่พูดไทยได้รึนี่ ทางยีน ไวล์เดอร์ พากย์โดยคุณปิยะ ก็ฮานิ่มๆ ไม่แพ้กัน
VIDEO
(ID:122526) ที่บ้านผมเครื่องเล่นวีดีโอ ยังใช้การได้ครับ บางวันนึกสนุกหยิบวีดีโอขึ้นมาดู ส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังที่หาเป็นวีซีดีหรือดีวีดีไม่ได้
แล้วยังงัยจะหาโอกาสนำ Salute of the Jugger ไปแปลงระบบแล้วนำมาเผื่อนะครับ
มาว่ากันต่อถึงหนัง ไม่ดัง ไม่ดี (หรือป่าว) แต่โคตรสนุกอีกเรื่องคือ See No Evil, Here No Evil กันบ้าง
ก่อนอื่นขอพูดถึงหนังซีรีส์ของปลายยุค 1980 สักเรื่องหนึ่งก่อน แล้วจะโยงความเกี่ยวข้องไปถึง มีซีรีส์เรื่องดังอยู่เรื่องหนึ่ง โดยเฉพาะในซีซั่นแรกถือว่าดังเอาการอยู่ เรื่องนั้นคือ Wiseguy เคยมาฉายทางช่องสาม น่าเสียดายที่ตอนนี้นึกชื่อไทยไม่ออก Wiseguy เป็นซีรีส์ที่ผมติดงอมแงมเรื่องหนึ่ง ดูแทบจะทุกตอน เนื้อหาของเรื่องเป็นเรื่องของตำรวจหนุ่มที่ทำงานนอกเครื่องแบบอยูเป็นประจำ โดยไม่มีใครรู้ความจริงเกี่ยวกับตัวเขานอกจากหัวหน้าของเขาเท่านั้น (คุ้น ๆ เนอะ) พระเอกคนนี้จะปลอมตัวเข้าไปในวงการอาชญากรรม คลุกคลีกับเจ้าพ่อและมาเฟียมากมาย (คุ้นอีกแล้ว) โดยปกติหนังซีรีส์ฝรั่งในยุคนั้นจะเป็นแบบตอนเดียวจบ แต่เรื่อง Wiseguy มาแหวกแนวเล็กน้อย ในแต่ละคดีที่พระเอกทำจะมีประมาณ 5-10 ตอน ผู้ร้ายจะต่างกันไปในแต่ละคดี
พระเอกของซีรีส์นี้คือ เคน วอห์ล นักแสดงหนุ่มี่ทำได้แค่เกือบดัง ได่แสดงหนังประกบกับพอล นิวแมนมาแล้วใน Fort Apache, The Bronx ซีรีสืเรื่องนี้ถือเป็นงานที่ด่นที่สุดของเขา
ในคดีหนึ่งของเรื่อง Wiseguy ซึ่งเป็นตอนที่ดีที่สุดตอนหนึ่งของซีรีส์ชุดนี้ พระเอกของเรื่องปะปนไปทำงานกับเจ้าพ่อคนหนึ่ง ที่ดูเหมือนคนโรคประสาท โดยเจ้าพ่อคนนี้มีน้องสาวแสนสวยเป็นคู่คิดในการทำงาน พระเอกของเราก็ดูเหมือนจะมีใจให้น้องสาวเจ้าพ่อคนนี้ และเธอเองก็ยังมีใจให้เขาเช่นกัน แต่ในขณะเดียวความสัมพันธ์ของสองพี่น้องอาชญากรรมคู่นี้ก็มีนัยบางอย่างซ่อนอยู่
ตอนดังกล่าวเป็นช่วงที่ผมชอบที่สุดช่วงหนึ่งของซีรีส์ชุดนี้ ข้อแรกเพราะติดใจในความสวยของนักแสดงที่รับบทน้องสาวเจ้าพ่อ เธอคือ โจน เซเวอแรนซ์ ในขณะเดียวกันผมเองก็ได้รุ้จักกับนักแสดงคนหนึ่งที่รับบทเป็นเจ้าพ่อท่าทางประสาทคนนี้ ลีลาการพูดเแบบยียวน แฝงอาการเย้ยหยัน กลายเป็นลักษณะเด่นของนักแสดงคนนี้ เขาคือนักแสดงสองรางวัลออสการ์ เควิน สเปซีย์
ทั้งเควิน สเปซีย์ และ โจน เซเวอแรนซ์ ต่างก็โด่งดังมากจาก Wiseguy และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ทั้งสองคนถูกเลือกมาแสดงคุ่กันอีกในบทผู้ร้ายของหนังเรื่อง See No Evil, Here No Evil นั่นเอง และโจน เซเวอแรนซ์ คนนี้ก็คือโจรสาวที่ท่านพี่เสือบอกนั่นแหละครับ
สำหรับเควิน สเปซีย์ หลายคนคงรู้จักเขาดีแล้ว ผมขอไม่พูดถึงมาก ขอพูดเกี่ยวกับ โจน เซเวอแรนซ์ดีกว่า เธอคนนี้เป็นขวัญใจของผมอยู่พักหนึ่ง ก็จากเรื่อง Wiseguy นี่แหละ ถ้าหลายคนอยากจะรุ้จักเธอ ลองหาหนังเกรดบีเรื่อง Black Scorpion มาดูก็แล้วกัน โจน เซเวอร์แรนซ์ มาจากอาชีพนางแบบครับ ในช่วงที่โด่งดังเธอเคยขึ้นปกนิตยสารเพลย์บอยด้วย ผมจำได้ว่าเป็นฉบับเดือนมกราคม จำปีไม่ได้ ประมาณ 1988-1990 ช่วงที่เธอกำลังดังครับ ผมจำได้ว่าหาซื้อเล่มนี้มาได้ (หลังจากหาอยู่นาน) แต่ตอนนี้ไปอยู่ไหนแล้วก็ไม่รู้
ขอบคุณพี่เสือครับที่ทำให้ผมนึกถึง โจน ซิลเวอแรนซ์ ขึ้นมาอีกครั้ง
(ID:122551) เธอคนนี้ก็ทำให้ผมฝันถึงเหมือนกันครับท่านพี่ ... แฮ่ม
ปกนี้รึป่าวครับที่พี่มี (หาภาพจากอากู๋ เจออีกหลายปก ที่เธอเปิดหมด เอามาลงในนี้ไม่ได้ครับ 55) ... อีกภาพจากหนังเรื่องนี้ กับฉากที่ผมพูดถึงครับ ... หลังจากนั้น ผ้าเช็ดตัวก็ หลุด ... อิอิ
(ID:122569) ใช่เลยครับปกนี้ มกราคม 1990 โอว เห็นแล้วผมคงต้องกลับไปลุยหาเสียแล้ว เก็บไว้ที่ไหนหว่า
(ID:122749) ไฟฝันควันรัก - Always (1989) ... เข้ามาฉาย 5 พฤษภาคม 2533 (1990)
คุณจิระนันท์ พิตรปรีชา ตั้งชื่อเรื่องนี้ได้อย่างสุดยอด ... สพีลเบิร์ก หยิบเอาหนังเก่ามาดัดแปลง แต่คงเนื้อเรื่องเดิมไว้ ... ฟังเพลงเพราะๆ ดีกว่า
VIDEO
(ID:122750) ล่าตุลาแดง - The Hunt For Red October (1990) ... เข้ามาฉาย 5 พฤษภาคม 2533 (990)
สร้างจากนิยายขายดีของ ทอม แคลนซี่ กับการปฏิบัติภาระกิจของ แจ๊ค ไรอัน ซึ่งจะมีตามมาอีกหลายตอน ... ในตอนนี้ อเล็ก บอลด์วิน มารับบท แจ๊ค ไรอัน
VIDEO
(ID:122752) อยากจะบอกให้จูบอีกสักครั้ง - A Room With A View (1985) ... เข้ามาฉาย 12 พฤษภาคม 2533 (1990)
ผู้กำกับ เจมส์ ไอวอรี่ ขึ้นชื่อเรื่องทำหนังสวยอยู่แล้ว สวยทั้งภาพ สวยทั้งเนื้อหา เรื่องนี้ก็การันตีได้เลย ไม่ผิดหวัง ... เชิญครับ ท่านพี่ Marino อิอิ ...
VIDEO
(ID:122923) ขอพูดถึง Always ก่อนก็แล้วกัน เพราะมีเรื่องให่พูดถึงเยอะมากAlways สร้างจากหนังเก่าเรื่อง A Guy Names Joe (1943) นำแสดงโดยสเปนเซอร์ เทรซี่ หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สตีเวน สปิลเบิร์ก โปรดปรานมาในวัยเด็ก เมื่อมีโอกาสเขาก็นำกลับมาสร้างใหม่ โดยยังคงอารมณ์โรแมนติคไว้เช่นเดิม และยังเพิ่มความแฟนตาซีในแบบฉบับของสปิลเบิร์กอีกด้วย
ความชอบใน A Guy Maned Joe นั้น สปิลเบิร์กได้แสดงออกไว้นานแล้ว ถ้าใครหยิบเรื่อง Jaws หนังในยุคแรกที่สปิลเบิร์กกำกับ (ตั้งแต่ยังไม่ดัง) เขได้หยิบเอาคลิปหนังจาก A Guy Names Joe มาใส่ไว้ด้วย หนังปรากฎในโทรทัศน์ที่ลูก ๆ ของโบรดี้ดูนั่นแหละครับ
อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมโปรดปราน Always มากเป็นพิเศษ คือการที่ผมได้เห็นออเดรย์ เฮปเบิร์น อีกครั้ง เธอเป็นนักแสดงหญิงที่ผมชอบที่สุด น่าเสียดายที่ผมเกิดไม่ทันได้ดูหนังของเธอในยุครุ่งโรจน์ มาได้ดูก็จากสื่อวิดีโอ หรือดีวีดี ถ้าจำไม่ผิด Always คือผลงานการแสดงของออเดรย์ เฮปเบิร์น เรื่องแรกและเรื่องเดียวที่ผมได้ดูบนจอใหญ่ และกลายเป็นผลงานเรื่องสุดท้ายของเธอ
ไฟฝันควันรัก คือชื่อไทยที่คุณจิรนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ตั้งเอาไว้ และกลายเป็นชื่อไทยของหนังฝรั่งที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งทีเดียว ถ้าผมจำไม่ผิดเรื่องนี้ยังเป็นผลงานแปลซับไตเติลเรื่องแรกของคุณจิรนันท์ อีกด้วย
ฮอลลี่ ฮันเตอร์ คือนักแสดงหญิงที่ผมติดใจเธอมาตั้งแต่เรื่อง Broadcast News แล้ว แต่หนังไม่ได้เข้าฉายในไทยเลยไม่มีโอกาสได้เห้นเธอบนจอใหญ่สักที Always คือผลงานเรื่องแรกของเธอที่ผมได้ชมบนจอภาพยนตร์
ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมติดใจในหนังเรื่องนี้ รวมทั้งการที่ เจดี เซาธ์เธอร์ นักร้องแนวเวสต์โคทส์ชื่อดัง มาคัฟเวอร์เพลงของเดอะแพล็ตเตอร์ได้ดีไม่แพ้ต้นฉบับ แถมเจดียังมาปรากฏร้องเพลงในหนังอีกด้วย
เพราะความประทับใจผมเลยดู Always ในโรงไปสองรอบ
เลือกหน้า [1]
ถูกเปิด: ถูกคลิ๊กแล้ว: 121129068
ตอนนี้มีผู้เข้าชม : 1 ล่าสุด :SheilaLed , Beaconqhl , Nespressojza , ChrisHax , พีเพิลนิวส์ , kirtna , Tongkam , ya , Jo' , chai ,